เจาะ Insight เข้าใจผู้บริโภค 5 Generations

“ผู้บริโภค” หรือ “ลูกค้า” คือหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจ การทำความเข้าใจลูกค้าจึงเป็นสิ่งสำคัญในการวางแผนธุรกิจ เพราะทางแบรนด์จะต้องตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด และมีประสิทธิภาพ ซึ่งในแต่กลุ่มหรือแต่ละช่วงอายุก็จะมีพฤติกรรม หรือความต้องการที่แตกต่างกันออกไป

จากรายงาน “เจาะเทรนด์โลก 2021 โดย TCDC”  ได้ทำสรุป Generations ในแต่ละกลุ่มว่ามีพฤติกรรมอย่างไร และสิ่งที่ผู้บริโภคแต่ละกลุ่มต้องการมีอะไรบ้าง เพื่อให้การทำการตลาดของนักธุรกิจ หรือนักการตลาดมีประสิทธิภาพมากขึ้น

BOOMER ปี 1946-1964

หลังจากปี 2019 ชาวบูมเมอร์ส่วนใหญ่ก้าวเข้าสู่ วัยเกษียณ การได้พักหลังการทำงานที่ยาวนาน ทำให้คนกลุ่มนี้มีเวลาหันมาเข้าสู่วงการดิจิทัล อย่างเต็มตัว

  • ลูกค้าหลักสำหรับสินค้าสมาร์ตโฟนและ ไอแพด 
  • ผู้บริโภคที่มียอดดาวน์โหลด แอพพลิเคชันต่อเดือนมากที่สุด 
  • เฟซบุ๊กคือศูนย์รวมเครือข่ายโซเชียลแห่งใหญ่ที่สุดสำหรับชาวบูมเมอร์ โดยเฉพาะสำหรับหญิงอายุ 50 ปีขึ้นไป 
  • การโฆษณาสินค้าแบบให้ทดลองใช้ก่อนสามารถจูงใจและสร้างความเชื่อถือกับชาวบูมเมอร์ได้ดี 
  • การเติบโตด้านความต้องการทางดิจิทัลของกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ยังส่งผลต่อตลาดด้านอุปกรณ์เพื่อสุขภาพ ทั้งเบบี้บูมเมอร์และเจนเอ็กซ์มีโอกาสทำรายได้ใน ท้องตลาดถึง 150 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ
  • งานวิจัยจาก RAND เผยว่า ชาวเบบี้บูมเมอร์ มากกว่า 50% ไม่ต้องการเกษียณอายุจากการทำงาน

GEN X ปี 1965-1980

เจนที่มีมีพลังในการใช้จ่ายมากกว่าเจนอื่นๆ เพราะต้องดูแลครอบครัว มีภาระเยอะ จึงมีความรอบคอบในการใช้จ่ายเงินมาก ถึงจะแพงแค่ไหน ก็สามารถลงทุนจ่ายได้โดยไม่ลังเล

  • “งานอดิเรก” เป็นสิ่งที่ชาวเจนเอ็กซ์ปรารถนาเป็นอันดับต้นๆ การมีอดิเรกที่ดี เท่ากับมีเวลาเป็นของตนเอง (Me Time) 
  • ภาวะ Digital Burnout หรือการเบื่อหน่ายโลกโซเชียล ทำให้เจนเอ็กซ์หันไปหากิจกรรมนอกบ้าน
  • การทำอาหารด้วยตนเองเป็นที่นิยมสำหรับชายเจนเอ็กซ์ สถิติจาก Inkling พบว่า ปัจจุบันชายชาวเจนเอ็กซ์ชื่นชอบการทำอาหารมากขึ้น 60% จากปี 2017
  • ผลการสำรวจจาก Boots ระบุว่า ผู้หญิงชาวเจนเอ็กซ์ 58% ที่อายุราว 39-53 ปี เชื่อว่าการเลือกสรรอาหารที่ถูกหลักโภชนาการคือพื้นฐานที่ทำให้คนดูดี
  • สถิติโดย The Platform พบว่า ผู้หญิงชาวเจนเอ็กซ์ 40% มีหนึ่งในเป้าหมายการใช้ชีวิตเป็นการคงความงามที่ดูอ่อนกว่าวัย และมักทดลองสินค้าสกินแคร์ใหม่ หรือสร้างกิจวัตรประจำวันใหม่ๆตามเคล็ดลับบนอินเทอร์เน็ต
  • สัดส่วนการเป็นนักชอปออนไลน์อยู่ที่ 42% ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 45- 54 ปี โดย ให้ความสนใจในกลุ่มสินค้าลดราคา
  • ชาวเจนเอ็กซ์อเมริกันจำนวน 32% นิยมซื้อของออนไลน์ ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากรุ่นน้องชาวมิลเลนเนียล และทั้ง 2 เจเนอเรชันนี้คือกลุ่ม ผู้ที่ขึ้นแท่นใช้ชีวิตเป็นโสดมากที่สุด 
  • สำหรับคนโสดชาวเจนเอ็กซ์ที่มีกำลังซื้อและวางแผนการใช้เงินเก่งที่สุด คนกลุ่มนี้ได้สร้างรายได้ในตลาดอสังหริมทรัพย์ สูงถึง 189% และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา

MILLENNIAL ปี 1981-1996

โฟกัสที่ตัวเองเป็นหลัก อยากจะมีอิสระ อยากจะมีเงินเยอะ โดยเฉพาะเจน Y ที่ไม่อยากมีลูก แต่มีสัตว์เลี้ยง

  • สมดุลให้ชีวิตและหน้าที่การงาน
  • ความพยายามหลีกหนีชีวิตดิจิทัลแล้วมองหาประสบการณ์และความสัมพันธ์ในชีวิตจริง ทำให้ชาวมิลเลนเนียลกลายเป็นที่ต้องการของตลาดสัตว์เลี้ยง (Pet Economy) ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้เปรียบสัตว์เลี้ยงดั่งลูก 
  • พ่อแม่ชาวมิลเลนเนียลมีวิธีการเลี้ยงลูกแบบยืดหยุ่นและไม่เข้มงวดมากนัก
  • ธุรกิจให้บริการรับเลี้ยงและดูแลเด็กที่ตอบโจทย์แนวคิด Work-Family Balance
  • ชาวมิลเลนเนียลยึดถือเรื่องความเท่าเทียม หน้าที่เลี้ยงดูลูกจึงไม่ตกอยู่ที่พ่อหรือแม่คนใดธุรกิจประเภท Direct to Consumer (D2C) ส่วนใหญ่นั้นบุกเบิกโดยชาวมิลเลนเนียล แบรนด์ที่ทำการตลาดออนไลน์ส่วนใหญ่จึงจับทางลูกค้ามิลเลนเนียลที่เปิดรับการขายแบบเดลิเวอรี่ 
  • Instagram, Snapchat และ Tiktok ช่องทางการขายของและโปรโมตสินค้าที่สามารถเข้าถึงคนกลุ่มนี้มากที่สุด 
  • 73% คือจำนวนชาวมิลเลนเนียลผู้เสพติดโซเชียลมีเดีย เมื่อใช้งานมากขึ้น พวกเขาก็ยิ่งรู้สึกเหงา จึงมองหากิจกรรมช่วงวันหยุดหรือสุดสัปดาห์
  • จากสถิติพบว่า ชาวมิลเลนเนียลกว่า 77% มักจะซื้อเครื่องดื่มและโพสต์ลงโซ เชียลทุกๆ สัปดาห์ 
  • บ้าน คอนโด หรือที่อยู่อาศัย กลายเป็นสิ่งที่ชาวมิลเลนเนียลเลือกลงทุนเป็นอันดับต้นๆ
  • ชาวมิลเลนเนียลคือกลุ่มที่ยึดถือเรื่องสุขภาวะ (Wellness) มากที่สุด จนกลายเป็นผู้บริโภคที่ขับเคลื่อนตลาดสินค้าและบริการดังกล่าว เป็นที่มาของคอร์สออกกำลังกาย อาหารคลีนที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • การมองหากิจกรรมที่สร้างความ

GEN Z ปี 1997-2012

เจเนอเรชันซีนั้นเป็นเจเนอเรชันที่เต็มไปด้วยความกังวลใจราวกับอยู่บนภูเขาของความไม่แน่นอน

  • จากผลสำรวจ Prosper Insights and Analytics เมื่อเดือนเมษายน 2020 พบว่า เจนซีสัมผัสกับความรู้สึกเป็นกังวลจากการถูกจำกัดอยู่ในบ้านในช่วงวิกฤตโควิด-19 มากกว่าเจเนอเรชันอื่นๆ
  •  เจนซีต้องเผชิญกับปัญหาในเรื่องของการเข้าสู่ตลาดงานหลังจากจบการศึกษา พวกเขาเป็น First Jobbers ที่ต้องเผชิญกับตลาดงานที่ว่างเปล่าท่ามกลางวิกฤตที่ถาโถม
  • ท่ามกลางข้อจำกัดต่างๆ เจนซีสามารถมองหาทางออกด้วยการรวมตัวกันเป็นกลุ่ม 
  • ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่ปลอดภัยและความ ไม่แน่นอน เจนซีมองหาพื้นที่ปลอดภัย โดยเฉพาะ พื้นที่ในโลกออนไลน์ 60% ของคอมมูนิตี้ออนไลน์ ของเจนซี สนับสนุนเรื่องการมีพื้นที่ปลอดภัย
  • Nostalgia Effect หรือการย้อนอดีตในวันวาน สำหรับชาวเจนซี การได้รู้สึกเสมือนได้ย้อนวันเวลานั้นเป็นหนึ่งในวิธีการหลีกหนีจากความเป็นจริงในปัจจุบันทำให้พวกเขารู้สึกสบายใจขึ้น เมื่อรู้สึกโกรธหรือไม่มีความสุข 
  • เจนซีเติบโตมาพร้อม กับความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่และเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ตลอดเวลา โดย 36% ของเจนซีกลุ่มเป้าหมายบอกว่า การนำเสนอเนื้อหาบนโลกออนไลน์นั้น “ได้รับการคิดมา เป็นอย่างดี” 
  • เจนซีเป็นเจเนอเรชันที่เผชิญกับภาวะวิกฤตของสภาพแวดล้อมมาตลอดช่วงอายุ เจนนี้จึงมีความคาดหวังว่าธุรกิจและรัฐบาลจะมีแผน และแนวทางปฏิบัติที่มุ่งแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม พวกเขาจึงมีความต้องการให้ธุรกิจหรือแบรนด์ไม่ใช่แค่เพียง พูดเรื่องความยั่งยืนเท่านั้น แต่ต้องแสดงหลักฐาน ที่ชัดเจนในการให้คำมั่นสัญญาและการสนับสนุน เรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริงอีกด้วย

ALPHA ปี 2010 – ปัจจุบัน

เจนอัลฟ่าเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ต่างจากเจเนอเรชันก่อนอย่างมาก จึงเป็นกุญแจสำคัญให้ ธุรกิจต้องเรียนรู้ถึงปัจจัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่า นิยมเรื่องเพศ การเล่นผ่านหน้าจออย่างอิสระ การแสดงอารมณ์ ไปจนถึงเทคโนโลยีและความบันเทิงในชีวิตจริง ตลอดจนทัศนคติแบบผู้ประกอบการที่พร้อมพัฒนาตัวเองให้ก้าวหน้าอยู่เสมอ

  • การศึกษาจาก Beano for Brands บริษัทที่ปรึกษาซึ่งอยู่ เบื้องหลังการผลิตการ์ตูนเด็กพบว่า 86% ของเจนอัลฟ่าสนุกกับการออกแบบ การคิดริเริ่ม และการลงมือสร้างสิ่งต่างๆ 
  • 58% เชื่อเรื่องความหลากหลายทางเพศ ซึ่งอาจเป็นเพราะการเติบโตมาใน ช่วงที่โลกให้ความสำคัญกับคนทุกกลุ่มมากขึ้น ผลิตภัณฑ์ที่คาดหวังจึงต้องมีความลื่นไหลและแสดงออกถึงตัวตนที่ชัดเจน 
  • ห้างค้าปลีกในอนาคตสำหรับเจนอัลฟ่าต้องเพิ่มสัดส่วนและผนวกประสบการณ์ด้านการ เรียนรู้เข้าไป เพราะเป็นเหตุผลที่พ่อแม่จะเลือก เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับเด็กๆ
  • ตามรายงานศึกษาของ Mintel ระบุว่า มากกว่า 3% ใน 2,000 ครอบครัวที่ทำการสำรวจ เลือกใช้การชอปปิ้งเป็นช่วงเชื่อมโยงความสัมพันธ์กับเด็กๆ 
  • การเพิ่มความตระหนักถึงกลุ่มผู้บริโภคที่มี ปัญหาทางการเรียนรู้ (Hidden Disabilities) เช่น กลุ่มออทิสติก ช่วยให้เกิดแรงขับเคลื่อนสู่ การออกแบบพื้นที่ที่มีส่วนช่วยให้ทั้งพ่อ แม่ และ เด็ก ใช้ชีวิตได้ดียิ่งขึ้น 

จากข้อมูลดังกล่าวจะพบว่า แต่เจเนอเรชันมีพฤติกรรม ความสนใจ และรูปแบบการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกัน ดังนั้นในการทำการตลาด หรือการทำธุรกิจจะต้องเข้าใจผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของเราก่อน เพื่อทำแคมเปญให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม และดึงดูดคนใจผู้บริโภคได้ตรงจุด เพื่อเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการดำเนินธุรกิจ

จัดการธุรกิจคุณให้เติบโตในยุคออนไลน์ ติดต่อเรา !

➤ LINE : @unicornhouse (อย่าลืมใส่ @ ข้างหน้า)
➤ หรือคลิกลิงค์นี้ ☞ https://bit.ly/3gPuL71
➤ Tel : 02-077-0323
https://unicornhouse.me/