LINE Agency Partner คือเอเจนซี่ที่ LINE รับรองให้เป็นพันธมิตรด้านการตลาดบนแพลตฟอร์มของ LINE ดูแลได้ทั้งสื่อโฆษณา เช่น LINE Ads, LINE TODAY, LINE OpenChat และ Smart Channel, สติกเกอร์สำหรับแบรนด์ ไปจนถึง LINE Official Account และ LINE MINI App สื่อบางประเภทของ LINE ซื้อได้เฉพาะผ่าน Agency Partner เท่านั้น รายชื่อพาร์ตเนอร์ตรวจสอบได้บนเว็บไซต์ทางการของ LINE และ Unicorn House ก็อยู่ในรายชื่อนั้น
ถ้าคุณกำลังมองหาเอเจนซี่มาดูแลงานบน LINE ควรคำนึงถึง 4 ประเด็นหลัก คือ ดูแลงานได้ครอบคลุมแค่ไหน ทำงานเป็นขั้นตอนอย่างไร คิดค่าบริการแบบไหน และธุรกิจของคุณพร้อมจ้างหรือยัง บทความนี้จะพาคุณตอบคำถามทั้งหมด
สารบัญ
- สรุปสาระสำคัญ (Key Takeaways)
- LINE Agency Partner คืออะไร และต่างจากเอเจนซี่ทั่วไปอย่างไร
- สื่อและเครื่องมือของ LINE ที่ Agency Partner ดูแลได้
- Unicorn House ไม่ได้เป็นแค่ LINE Agency Partner
- บริการที่เราดูแล ครอบคลุมถึงไหน และอะไรที่เราไม่รับ
- ขั้นตอนการทำงาน 4 เฟส ตั้งแต่คุยครั้งแรกจนแคมเปญขึ้น
- ค่าบริการคิดอย่างไร และมีต้นทุนอะไรบ้างนอกจากค่าเอเจนซี่
- ตัวอย่างรูปแบบงานที่เราดูแล
- ธุรกิจแบบไหนที่ยังไม่ควรจ้างเอเจนซี่ดูแล LINE
- วัดผลอย่างไรว่าเอเจนซี่ทำงานได้จริง
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ LINE Agency Partner (FAQ)
- สรุป
สรุปสาระสำคัญ (Key Takeaways)
- LINE Agency Partner คือเอเจนซี่ที่ LINE รับรอง โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อได้ที่ หน้า Partner ของ LINE for Business
- งานครอบคลุมทุกช่วงที่ลูกค้าเจอแบรนด์ ตั้งแต่สื่อที่ทำให้คนรู้จัก เช่น LINE TODAY, LINE OpenChat และ Smart Channel การเพิ่มเพื่อนด้วยสติกเกอร์ การคุยต่อผ่าน LINE OA จนถึงการปิดการขาย
- สื่อบางประเภทซื้อได้เฉพาะผ่าน Agency Partner เช่น Smart Channel Custom ตามที่ LINE ระบุไว้ในหน้าบริการ LINE Ads
- ค่าใช้จ่ายแยกเป็นค่าสื่อ ค่าแพ็กเกจ LINE OA และค่าบริการเอเจนซี่ ค่าบริการของเราสำหรับงาน LINE OA อยู่ที่ 8% งาน LINE Ads อยู่ที่ 20–30% ตามงบโฆษณา ส่วนสื่ออื่นของ LINE จะถูกคิดตามรายละเอียดของแต่ละบริการ
- เราทำประมาณการผลลัพธ์ให้ก่อนเริ่มแคมเปญ เพื่อใช้สำหรับตั้งเป้าร่วมกัน โดยผลจริงอาจสูงหรือต่ำกว่าได้ และบัญชี LINE OA อยู่ในชื่อธุรกิจของคุณเสมอ
LINE Agency Partner คืออะไร และต่างจากเอเจนซี่ทั่วไปอย่างไร
เอเจนซี่ทั่วไปก็ยิงโฆษณา LINE ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นพาร์ตเนอร์กับ LINE อย่างเป็นทางการ สิ่งที่การเป็นพาร์ตเนอร์เพิ่มเข้ามาคือโอกาสเข้าถึงสื่อและบริการบางประเภท และช่องทางประสานงานกับทีม LINE โดยตรง ทั้งนี้พาร์ตเนอร์ยังมีชื่ออยู่ในรายชื่อทางการที่สามารถตรวจสอบได้ ก่อนเลือกเอเจนซี่จึงควรดูทั้งสถานะนี้ ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และบริการที่ตรงกับโจทย์ธุรกิจของคุณ
หลายคนอาจนึกถึง LINE Agency ในฐานะผู้ให้บริการยิงโฆษณา แต่งานยังครอบคลุมการดูแล LINE OA การวางแผนสื่อสารกับลูกค้า การใช้ LINE Business Manager จัดการกลุ่มเป้าหมายระหว่างบัญชี การเปิดหน้าร้านบน LINE Shopping รวมถึงการเชื่อมระบบหลังบ้านผ่าน Messaging API ทั้งนี้บริการที่แต่ละเอเจนซี่ให้ได้อาจไม่เหมือนกัน จึงควรมีการสอบถามรายละเอียดที่ชัดเจนก่อนตัดสินใจเริ่มงาน
ในหน้าพาร์ตเนอร์ LINE แบ่งบทบาทไว้หลายแบบ LINE Agency Partner ดูแลงานสื่อสารและโฆษณา LINE Developer Partner หรือ Technology Partner ดูแลงานพัฒนาระบบ ส่วน LINE Certified Coach และ LINE Agent ดูแลงานให้ความรู้และงานตัวแทน
| เอเจนซี่ทั่วไป | LINE Agency Partner | Technology Partner | |
|---|---|---|---|
| อยู่ในรายชื่อทางการของ LINE | ไม่อยู่ | อยู่ ตรวจสอบได้ | อยู่ |
| ขอบเขตงานหลัก | รับยิงโฆษณาตามที่จ้าง | วางกลยุทธ์และดูแลเครื่องมือการตลาดของ LINE ทั้งชุด | พัฒนาระบบเชื่อมต่อ |
| ช่องทางประสานกับ LINE | ผ่านช่องทางสาธารณะ | มีช่องทางพาร์ตเนอร์ | มีช่องทางพาร์ตเนอร์ |
| เหมาะกับ | งานเฉพาะกิจ งบจำกัด | ธุรกิจที่ใช้ LINE เป็นช่องทางหลักต่อเนื่อง | ธุรกิจที่ต้องเขียนระบบเอง |
ที่มา: บทบาทพาร์ตเนอร์อ้างอิงจากหน้า Partner ของ LINE for Business
หากต้องการดูรายละเอียดการใช้งาน LINE OA สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ LINE Official Account คืออะไร กับ สรุป 12 ฟีเจอร์เด่นของ LINE OA
สื่อและเครื่องมือของ LINE ที่ Agency Partner ดูแลได้
LINE มีมากกว่า LINE OA กับ LINE Ads ยังมีสื่อและเครื่องมืออีกหลายตัว แต่ละตัวทำงานคนละช่วงของการตัดสินใจซื้อ เอเจนซี่ที่สามารถดูแลได้ครบวงจร จะมีการวางกลยุทธ์ที่คำนึงถึงเส้นทางการเดินทางของลูกค้า (Seamless customer journey)
| ช่วงของลูกค้า | สื่อหรือเครื่องมือของ LINE | ใช้ทำอะไร |
|---|---|---|
| สร้างการรับรู้ | LINE Ads บนตำแหน่ง LINE TODAY และ LINE OpenChat · Reservation Ads เช่น Smart Channel, Smart Channel Premium และแบนเนอร์บน LINE TODAY · Smart Channel Custom | เข้าถึงคนจำนวนมาก Reservation Ads จองตำแหน่งพรีเมียมล่วงหน้าโดยไม่ต้องประมูล Smart Channel Custom แสดงภาพหรือวิดีโอขนาดใหญ่บนหน้ารายการแชท |
| เพิ่มเพื่อนและเก็บข้อมูล | LINE Ads แบบเพิ่มเพื่อน · Sponsored Sticker · Mission Sticker · Sponsored Emoji | Sponsored Sticker ให้คนเพิ่มเพื่อนเพื่อรับสติกเกอร์ ส่วน Mission Sticker ให้ทำภารกิจก่อน เช่น ตอบแบบสอบถามหรือเชื่อมต่อ ID |
| สื่อสารต่อเนื่องและปิดการขาย | LINE Official Account · LINE Shopping / MyShop | บรอดแคสต์แบบแบ่งกลุ่ม Rich Menu และหน้าร้านที่ซื้อจบในแอป |
| บริการเฉพาะทาง | LINE MINI App · Messaging API | ระบบจองคิว สะสมแต้ม หรือบริการที่ใช้ได้ใน LINE โดยไม่ต้องโหลดแอปเพิ่ม |
ที่มา: หน้าบริการ LINE Ads · Sponsored Stickers & Emoji · LINE MINI App ของ LINE for Business
LINE ขายสื่อโฆษณาสองแบบ คือแบบประมูลผ่าน LINE Ads กับแบบจองล่วงหน้า หรือ Reservation Ads แบบประมูล ตำแหน่งที่ได้ขึ้นกับการแข่งราคากับผู้ลงโฆษณารายอื่น ส่วน Reservation Ads เป็นการจองตำแหน่งพรีเมียมไว้ก่อน ไม่ต้องประมูล แบรนด์จึงรู้แน่ว่าโฆษณาจะขึ้นตรงไหน ในช่วงเวลาไหน
ตำแหน่งที่จองได้มีหลายแบบ เช่น Smart Channel ด้านบนรายการแชท, Smart Channel Premium ที่ขยายวิดีโอเต็มจอเมื่อกด, ตำแหน่งบน LINE เวอร์ชันเดสก์ท็อป, LINE OpenChat และบน LINE TODAY อย่าง Pop-up Ads, Master Banner และ Fixed Banner ที่ปักไว้ราวหนึ่งสัปดาห์ถึงหนึ่งเดือน เหมาะกับช่วงเปิดตัวสินค้าหรือแคมเปญใหญ่ที่อยากให้คนจำนวนมากเห็นพร้อมกัน (ที่มา: บทความ Reservation Ads บน LINE TODAY · Positioningmag, 3 ก.ย. 2568)
โดยสื่อบางประเภทจำเป็นต้องซื้อผ่าน LINE Agency Partner เท่านั้น เช่น Smart Channel Custom สื่อยอดนิยมที่จะปรากฏบนหน้ารายการแชท
(สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หน้าบริการ LINE Ads)
Unicorn House ไม่ได้เป็นแค่ LINE Agency Partner
Unicorn House (หรือ Unicorn Agency) ได้รับการรับรองจาก LINE ในฐานะ LINE Agency Partner เรามีความสามารถและความพร้อมในการให้คำแนะนำ และการดูแลในบริการต่างๆ ของ LINE ได้ครอบคลุมในทุกบริการ
LINE Certified Coach ของเราคือผู้ร่วมก่อตั้งและหุ้นส่วนผู้บริหาร
Certified Coach ของ Unicorn House คือคุณ ภวิฑ กัมพลเศวต (เอ) Co-Founder & Managing Partner ได้รับการรับรองจาก LINE ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2017–2026 (โปรไฟล์ LINE Certified Coach บน LINE for Business)
การรับรององค์กรกับการรับรองตัวบุคคลต่างกันอย่างไร
การรับรองทั้งสองแบบต่างกันตรงที่ LINE Agency Partner เป็นการรับรองในระดับบริษัท ส่วน LINE Certified Coach เป็นการรับรองในระดับบุคคล สำหรับ Unicorn House คุณภวิฑได้รับการรับรองเป็น LINE Certified Coach ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2017 จึงมีประสบการณ์ทำงานกับเครื่องมือของ LINE มาอย่างยาวนาน
เราเชื่อมั่นว่าองค์ความรู้ในส่วนนี้สามารถนำไปปรับใช้งานในสถานการณ์จริง ไม่ว่าจะเป็นการนำหลายเครื่องมือไปประยุกตร์ใช้งานพร้อมกัน หรือการเลือกใช้เครื่องมือที่ตอบโจทย์ธุรกิจ ด้วยประสบการณ์ที่คุ้นเคยมาอย่างยาวนาน เราสามารถแนะนำแนวทางแก้ไขได้อย่างตรงจุด และสามารถประยุกตร์ให้เข้ากับบริบทของธุรกิจของคุณ
บริการที่เราดูแล ครอบคลุมถึงไหน และอะไรที่เราไม่รับ
การจ้างเอเจนซี่ที่มีปัญหา ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากปัญหาเรื่องฝีมือ แต่มักสะดุดเพราะเข้าใจขอบเขตงานไม่ตรงกันตั้งแต่วันแรก เราจึงแบ่งให้เห็นตั้งแต่ต้นเพื่อความชัดเจนในส่วนงานที่เอเจนซี่สามารถดูแลให้ ไม่ว่าคุณจะหาคนรับทำ LINE OA หรือหา LINE Ads Agency มาดูแลโฆษณา ตารางนี้ใช้เทียบกับผู้ให้บริการทุกรายได้
| งานที่อยู่ในแพ็กเกจมาตรฐาน | งานที่ต้องทำร่วมกับทีมของคุณ | งานที่คุยเพิ่มเป็นรายกรณีได้ |
|---|---|---|
| วางกลยุทธ์และดูแล LINE OA รายเดือน | อนุมัติเนื้อหาและโปรโมชัน | ดูแลตอบแชทเต็มเวลา จัดทีมเสริมได้ ขึ้นกับปริมาณและเวลาทำการ |
| วางแผนและบริหาร LINE Ads | ให้ข้อมูลสินค้าและเงื่อนไขที่ถูกต้อง | พัฒนาระบบหลังบ้านของธุรกิจคุณ เราประสานกับผู้พัฒนาของคุณ หรือจัดหาพาร์ตเนอร์ให้ได้ |
| วางแผนและจองสื่อของ LINE แบบ Reservation Ads เช่น Smart Channel, LINE TODAY, LINE OpenChat รวมถึงสติกเกอร์สำหรับแบรนด์ | อนุมัติชิ้นงานและเงื่อนไขของแคมเปญ | พัฒนา LINE MINI App เช่น ระบบจองคิวหรือสะสมแต้ม |
| ออกแบบ Rich Menu และเส้นทางการสนทนา | ตัดสินใจเรื่องงบและสิทธิประโยชน์ | งานโฆษณาบนแพลตฟอร์มอื่นนอกเหนือจาก LINE |
| วางระบบแบ่งกลุ่มผู้ติดตามและบรอดแคสต์ | เปิดสิทธิ์เข้าถึงบัญชีในระดับที่ตกลงกัน | งานคอนเทนต์นอกช่องทาง LINE |
| เชื่อมต่อกับระบบหลังบ้านผ่าน Messaging API | จัดเตรียมระบบปลายทางที่จะเชื่อม | งานวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกที่ต้องต่อกับระบบขายโดยตรง |
| รายงานผลรายเดือนและปรับแผน | ให้ข้อมูลผลลัพธ์ปลายทาง เช่น ยอดปิดจริง |
งานในคอลัมน์สุดท้ายไม่ได้อยู่ในแพ็กเกจมาตรฐาน เพราะปริมาณงานของแต่ละธุรกิจต่างกันมาก เราจึงประเมินเป็นรายกรณี
ก่อนเริ่มแคมเปญ เราทำประมาณการผลลัพธ์ (Estimation) ให้ทุกครั้ง เช่น งบเท่านี้น่าจะได้การมองเห็น คลิก หรือเพื่อนใหม่ประมาณเท่าไร ตัวเลขนี้ใช้ตั้งเป้าและตัดสินใจร่วมกัน แต่เป็นการประมาณจากข้อมูลที่มี ผลจริงอาจสูงหรือต่ำกว่า ขึ้นกับหลายอย่าง เช่น ช่วงเวลา การแข่งขันของโฆษณาในช่วงนั้น ชิ้นงาน และข้อเสนอของคุณ เราใช้ประมาณการเป็นเป้าที่ติดตามด้วยกัน ไม่ได้ใช้เป็นคำรับประกัน
สิ่งที่เราไม่ทำเด็ดขาด คือเพิ่มเพื่อนหรือปั้นตัวเลขด้วยวิธีที่ผิดเงื่อนไขของแพลตฟอร์ม เพราะคนที่รับความเสี่ยงคือบัญชีของลูกค้าเอง
เรื่องข้อมูลลูกค้า เราเข้าถึงเท่าที่งานจำเป็นและเท่าที่ระบุในสัญญาเท่านั้น ไม่เอาไปใช้นอกขอบเขต และไม่ส่งต่อให้ใคร
เรื่องความเป็นเจ้าของบัญชี มีสองส่วน บัญชี LINE OA อยู่ในชื่อธุรกิจของคุณเสมอ เราเข้าไปทำงานในฐานะผู้ดูแลที่ได้รับสิทธิ์ ฐานผู้ติดตามและประวัติการคุยกับลูกค้าจึงเป็นของคุณ วันหนึ่งถ้าเปลี่ยนผู้ดูแลก็ไม่ต้องเริ่มใหม่ ส่วนการยิงโฆษณา เราทำผ่านบัญชีโฆษณาแบบ Agency Partner ของเราเอง ซึ่ง LINE เปิดรูปแบบนี้ไว้ให้ธุรกิจที่ไม่ได้เปิดบัญชีและจ่ายเงินกับ LINE โดยตรง ตาม FAQ ของ LINE Ads Platform (ภาษาอังกฤษ) ก่อนเริ่มงานจึงควรตกลงให้ชัดว่าจบสัญญาแล้วคุณจะได้อะไรกลับไป เช่น รายงานย้อนหลังและไฟล์ชิ้นงานโฆษณา ถามเราเรื่องนี้ได้ตั้งแต่ก่อนเซ็นสัญญา
อยากรู้รายละเอียดงานเฉพาะทาง อ่านต่อได้ที่ Chatbot AI และระบบตอบกลับอัตโนมัติ, LINE Business Manager สำหรับแชร์กลุ่มเป้าหมายข้ามบัญชี และ LINE Shopping ระบบหน้าร้านที่เปิดฟรีไม่มีค่า GP
ขั้นตอนการทำงาน 4 เฟส ตั้งแต่คุยครั้งแรกจนแคมเปญขึ้น
เราแบ่งการทำงานออกเป็น 4 เฟส โดยเริ่มจากตรวจบัญชีและกำหนดเป้าหมายให้ชัดก่อนเริ่มแคมเปญ เพราะถ้าระบบยังเก็บข้อมูลไม่ได้หรือวัดผลได้ไม่ครบ ก็จะประเมินผลโฆษณาได้ยาก และไม่รู้ว่าควรปรับแผนไปทางไหน
เฟส 1 Audit & Goal Setting: ตรวจบัญชีและตั้งเป้า
ดูสภาพบัญชีตอนนี้ก่อนเสนออะไร เช่น LINE OA ตั้งค่าไว้แบบไหน มีผู้ติดตามเท่าไร เคยบรอดแคสต์อย่างไร และหน้าเว็บหรือฟอร์มที่รับคนจากโฆษณาเก็บข้อมูลได้หรือยัง แล้วตกลงกันว่าจะใช้ตัวเลขไหนวัดความสำเร็จ
เฟสนี้จบด้วยรายการปัญหาที่เจอ และลำดับว่าควรแก้อะไรก่อน ถ้าดูแล้วยังไม่ควรเริ่มยิงโฆษณา เราจะบอกตรง ๆ
เฟส 2 System & Account Setup: เตรียมบัญชีและระบบ
เตรียมทุกอย่างให้พร้อมก่อนใช้งบ ตั้งแต่ตั้งค่าบัญชี จัดกลุ่มผู้ติดตาม ออกแบบ Rich Menu และเส้นทางการสนทนา ติดตั้งเครื่องมือวัดผล ไปจนถึงเชื่อมระบบหลังบ้าน (ถ้ามี)
เฟสนี้ยังไม่ได้สร้างยอดขายทันที แต่ทำให้เฟสต่อ ๆ ไปวัดผลและปรับแผนได้
เฟส 3 Campaign Execution & Operations: เริ่มแคมเปญและดูแลรายวัน
เริ่มบรอดแคสต์ตามแผน ยิง LINE Ads และดูแลงานรายวัน เฟสนี้มีการปรับบ่อยที่สุด เพราะได้ข้อมูลใหม่ทุกวัน
เฟส 4 Monthly Executive Report & Optimization: รายงานรายเดือนและปรับแผน
ทุกเดือนเราสรุปผลให้อ่านง่ายพอที่ผู้บริหารจะใช้ตัดสินใจต่อได้ รายงานบอกว่าตัวเลขไหนดีขึ้น ตัวไหนยังไม่ขยับ น่าจะเป็นเพราะอะไร และเดือนหน้าจะปรับอะไร โดยเทียบกับตัวเลขตั้งต้น (baseline) ที่เก็บไว้ตั้งแต่เฟส 1
เรื่องระยะเวลา เราไม่ล็อกจำนวนสัปดาห์ของแต่ละเฟส เพราะแต่ละธุรกิจเริ่มต่างกัน บางรายบัญชีพร้อมแล้ว บางรายต้องรื้อใหม่ทั้งชุด ที่บอกได้ตั้งแต่ต้นคือลำดับงาน และต้องพร้อมอะไรบ้างถึงจะไปเฟสถัดไปได้
ค่าบริการคิดอย่างไร และมีต้นทุนอะไรบ้างนอกจากค่าเอเจนซี่
คำถามที่เราเจอบ่อยที่สุดคือ “ทั้งหมดเท่าไร” ซึ่งตอบเป็นตัวเลขเดียวไม่ได้ เพราะค่าใช้จ่ายแบ่งเป็นหลายก้อนตามบริการที่ใช้ และมีแค่ก้อนเดียวที่เป็นค่าบริการของเรา
| ก้อน | เป็นค่าอะไร | ลักษณะ |
|---|---|---|
| ค่าสื่อ | ค่าสื่อที่ใช้จริง แยกตามสื่อ เช่น LINE Ads (ยิงผ่านบัญชีโฆษณาของเรา), Reservation Ads อย่าง Smart Channel, LINE TODAY และ LINE OpenChat และสติกเกอร์สำหรับแบรนด์ ทุกสื่อจ่ายผ่านเรา | LINE Ads ปรับขึ้นลงได้รายเดือน ส่วน Reservation Ads และสติกเกอร์คิดตามแพ็กเกจของแต่ละสื่อ |
| ค่าแพ็กเกจ LINE OA | จ่ายตรงให้ LINE หรือให้เราดำเนินการแทน | โตตามจำนวนผู้ติดตามและจำนวนข้อความที่ส่ง ไม่ได้โตตามยอดขาย |
| ค่าบริการเอเจนซี่ | จ่ายให้เรา | คิดเป็นเปอร์เซ็นต์แยกรายบริการ ดูอัตราในหัวข้อถัดไป |
| ค่าพัฒนาระบบ (ถ้ามี) | ตามโครงการ | เช่น LINE MINI App หรือการเชื่อมระบบผ่าน Messaging API ประเมินเป็นรายโครงการ |
ก้อนที่คนมักประเมินต่ำที่สุดคือค่าแพ็กเกจ LINE OA เพราะยอดโตตามจำนวนเพื่อนและจำนวนข้อความ ไม่ได้โตตามยอดขาย ธุรกิจที่เร่งเพิ่มเพื่อนก่อนวางระบบแบ่งกลุ่ม มีโอกาสเห็นค่าส่งข้อความขึ้นทุกเดือนทั้งที่ยอดขายยังเท่าเดิม ราคาและโควตาล่าสุดดูได้ที่หน้าแพ็กเกจ Broadcast ของ LINE (ราคาอาจมีการปรับเปลี่ยน)
ค่าบริการของเราคิดอย่างไร
เราคิดค่าบริการเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดในแต่ละบริการ งาน LINE OA คิด 8% งาน LINE Ads คิด 20–30% ตามงบโฆษณา ส่วนสื่ออื่นของ LINE คิดตามบริการและรายละเอียดของงาน
| บริการ | ค่าบริการ | ตัวอย่างงาน |
|---|---|---|
| LINE OA | 8% | สมัครบัญชีรับรอง เติมแพ็กเกจข้อความบรอดแคสต์ |
| LINE Ads | 20–30% ตามงบโฆษณา | วางแผน ตั้งค่า ยิง และปรับแคมเปญ LINE Ads |
| สื่ออื่นของ LINE | ตามบริการและรายละเอียด | Reservation Ads สติกเกอร์สำหรับแบรนด์ |
| พัฒนาระบบ | ประเมินรายโครงการ | LINE MINI App การเชื่อมระบบผ่าน Messaging API |
ใบเสนอราคาของเราแยกอัตราเป็นรายบริการ คุณจะเห็นชัดว่าจ่ายค่าอะไรไปเท่าไร
เราไม่ซ่อนค่าบริการไว้ในค่าโฆษณา ใบแจ้งหนี้แยกค่าโฆษณากับค่าบริการออกจากกัน และคุณขอดูหน้าจอระบบโฆษณาเพื่อเช็กยอดใช้จ่ายจริงได้ทุกเมื่อ
ตัวอย่างรูปแบบงานที่เราดูแล
สองตัวอย่างด้านล่างเป็นสถานการณ์ที่เจอบ่อยในแต่ละประเภทธุรกิจ ผลลัพธ์เป็นข้อมูลของลูกค้าแต่ละราย เราจึงไม่ใส่ชื่อแบรนด์หรือตัวเลขไว้ที่นี่
ธุรกิจ B2B ที่ต้องการให้ LINE รับช่วงต่อจากเว็บไซต์
โจทย์ที่พบบ่อย มีคนเข้าเว็บและเพิ่มเพื่อนใน LINE เข้ามาเรื่อย ๆ แต่ไม่มีใครตอบได้ว่าช่องทางหรือโฆษณาตัวไหนพาคนมามากที่สุด แอดมินเองก็ต้องถามใหม่ทุกครั้งว่าลูกค้าสนใจเรื่องอะไร
สิ่งที่ทำ ติดตั้งเครื่องมือวัดผลบนเว็บไซต์ แยกลิงก์เพิ่มเพื่อนตามช่องทางและแคมเปญ เพื่อดูว่าเพื่อนใหม่มาจากไหนในสัดส่วนเท่าไร จากนั้นออกแบบข้อความทักทายและ Rich Menu ให้ลูกค้าเลือกหัวข้อที่สนใจได้เองตั้งแต่แรก แล้วจัดกลุ่มผู้ติดตามตามความสนใจ แทนการบรอดแคสต์หาทุกคน
สิ่งที่วัด สัดส่วนเพื่อนใหม่แยกตามช่องทางและแคมเปญ ต้นทุนต่อเพื่อนใหม่ของแต่ละแหล่ง และสัดส่วนคนที่ทักแล้วไปถึงขั้นขอใบเสนอราคา
สิ่งที่คาดหวังได้ ฝ่ายการตลาดมีข้อมูลเทียบว่าช่องทางไหนพาเพื่อนใหม่มาได้คุ้มกว่า แทนการดูยอดคลิกอย่างเดียว ส่วนทีมขายคุยต่อจากหัวข้อที่ลูกค้าเลือกไว้ได้ทันที ผลที่ได้จริงต้องดูจากตัวเลขในหัวข้อ “สิ่งที่วัด” ด้านบน
หมายเหตุ: ข้อมูลแหล่งที่มาจากลิงก์เพิ่มเพื่อนจะเห็นเป็นภาพรวมระดับลิงก์หรือแคมเปญ ไม่ได้ระบุรายบุคคลว่าแชทแต่ละห้องมาจากช่องทางไหน
ธุรกิจ E-Commerce ที่ต้องการเพิ่มการซื้อซ้ำ
โจทย์ที่พบบ่อย ยอดขายรอบแรกมาจากโฆษณาทั้งหมด พอหยุดยิง ยอดก็หยุดตาม ส่วนฐานผู้ติดตามที่สะสมไว้ก็ไม่ได้เอาไปใช้ทำอะไร
สิ่งที่ทำ แบ่งกลุ่มผู้ติดตามตามพฤติกรรมการซื้อ วางรอบการสื่อสารที่ไม่ต้องบรอดแคสต์หาทุกคนทุกครั้ง เพื่อคุมค่าส่งข้อความ แล้วเชื่อมหน้าร้านให้ลูกค้าซื้อจบได้ในแอป
สิ่งที่วัด สัดส่วนยอดขายจากลูกค้าเดิม ต้นทุนการส่งข้อความต่อคำสั่งซื้อ และอัตราการกลับมาซื้อซ้ำในกรอบเวลาที่กำหนด
สิ่งที่คาดหวังได้ การแบ่งกลุ่มผู้ติดตามและส่งข้อความให้ตรงกับความสนใจ ช่วยให้ใช้ฐานลูกค้าเดิมได้คุ้มขึ้น และคุมค่าส่งข้อความได้ดีขึ้น เพราะแต่ละรอบไม่ต้องส่งหาทุกคน ส่วนยอดซื้อซ้ำและอัตราการบล็อกจะเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน ต้องติดตามจากตัวเลขจริงควบคู่กับต้นทุนที่เกิดขึ้น
ธุรกิจแบบไหนที่ยังไม่ควรจ้างเอเจนซี่ดูแล LINE
ถ้ารับงานตอนที่ธุรกิจยังไม่พร้อม ไม่มีใครได้อะไร ลูกค้าเสียงบ เราเสียเวลา และผลที่ออกมาก็สรุปอะไรไม่ได้ สองกรณีแรกเราจะแนะนำให้รอก่อน ส่วนกรณีที่สามทำได้ แต่ควรคุยให้เข้าใจตรงกันก่อนเริ่ม
ยังไม่มีคนตอบแชทฝั่งคุณ
คนที่ทักมาทาง LINE หวังจะได้คำตอบเร็ว ถ้ายิงโฆษณาพาคนมาทักแล้วไม่มีใครตอบ เงินที่จ่ายไปก็กลายเป็นความผิดหวังของลูกค้าแทนที่จะเป็นโอกาสขาย ระบบตอบอัตโนมัติช่วยได้ในช่วงแรก แต่แทนคนได้ไม่หมด เรื่องนี้ควรแก้ให้เรียบร้อยก่อนเริ่ม
ยังไม่ชัดว่าขายอะไรให้ใคร
ถ้ายังลองอยู่ว่าสินค้าตัวไหนขายได้ การวางระบบแบ่งกลุ่มและเส้นทางการสนทนาตอนนี้ก็เหมือนผูกทุกอย่างไว้กับคำตอบที่ยังไม่นิ่ง พอคำตอบเปลี่ยนก็ต้องรื้อใหม่หมด ช่วงนี้ทดสอบด้วยงบเล็กและระยะสั้นจะคุ้มกว่า
ต้องการยอดขายภายในเดือนนี้ แต่ยังไม่มีฐานผู้ติดตามเลย
ทำได้ เพราะ LINE Ads ตั้งให้โฆษณาพาคนไปซื้อบนเว็บไซต์ได้ตั้งแต่วันแรก ไม่จำเป็นต้องมีฐานเพื่อนก่อน แต่ควรรู้ไว้ว่าวิธีนี้ต้องจ่ายค่าโฆษณาทุกครั้งที่อยากได้ยอดขายเพิ่ม
LINE จะคุ้มที่สุดเมื่อใช้อีกทางควบคู่กัน คือใช้โฆษณาให้คนเพิ่มเพื่อนก่อน แล้วส่งข้อความหาเพื่อนกลุ่มนั้นตามความสนใจของแต่ละคน พอเขาซื้อแล้ว รอบต่อไปก็ส่งข้อความชวนซื้อซ้ำได้เลย โดยไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณาเพื่อหาเขาใหม่
ในเดือนแรกที่แบรนด์ยังไม่มีฐานลูกค้าเดิม ตัวเลขที่เห็นผลชัดเจนมักเป็นจำนวนเพื่อนใหม่ที่เพิ่มเข้ามาและต้นทุนต่อเพื่อนใหม่ ส่วนยอดขายจากกลุ่มคนที่เพิ่มเข้ามาอาจต้องใช้เวลาสร้างความสนใจก่อนจะเปลี่ยนเป็นลูกค้า
ถ้าเป้าหมายคือทำยอดขายให้ได้เต็มเป้าภายในเดือนเดียว ควรวางแผนงบตั้งแต่ต้นให้ชัดว่าจะแบ่งงบส่วนหนึ่งไปที่แคมเปญที่เน้นกระตุ้นยอดขายโดยตรง และอีกส่วนไปที่การเพิ่มเพื่อนใหม่ เพื่อสร้างกลุ่มลูกค้าที่มีโอกาสซื้อในระยะต่อไป
วัดผลอย่างไรว่าเอเจนซี่ทำงานได้จริง
การประเมินผลงานของเอเจนซี่ควรดูจากผลลัพธ์เทียบกับเป้าหมายที่ตกลงกันไว้ และเหตุผลที่ผลออกมาตามเป้าหรือต่ำกว่าที่คาด จำนวนชิ้นงานที่ส่งมอบเป็นแค่ส่วนหนึ่ง ไม่ควรใช้ตัดสินอย่างเดียว
ทุกเดือนเรารายงานจำนวนผู้ติดตามใหม่และอัตราการบล็อก ผลบรอดแคสต์แยกตามกลุ่ม ผลโฆษณาแยกตามชิ้นงาน สัดส่วนเพื่อนใหม่แยกตามช่องทาง และยอดขายหรือยอดปิดดีลเท่าที่ทีมของคุณส่งกลับมา ทุกตัวเลขมาจากหน้าจอระบบต้นทาง ไม่ได้พิมพ์ขึ้นเอง และเราเปิดหน้าจอนั้นให้คุณดูได้เสมอ
รายงานจะวางผลจริงเทียบกับประมาณการที่ตั้งไว้ก่อนเริ่มแคมเปญ พร้อมบอกว่าส่วนไหนสูงหรือต่ำกว่าประมาณการ และเพราะอะไร ประมาณการใช้เป็นเป้าในการติดตามงาน และไม่ได้เป็นการรับประกันอันดับ ยอดขาย หรือจำนวนเพื่อน
คำถามที่ควรถามก่อนเลือกผู้ให้บริการ LINE
ใช้ถามได้กับผู้ให้บริการทุกราย รวมถึงเราด้วย
- บัญชี LINE OA และบัญชีโฆษณาจะอยู่ในชื่อใคร สำหรับเรา LINE OA อยู่ในชื่อธุรกิจของคุณเสมอ ส่วนการยิงโฆษณาทำผ่านบัญชีแบบ Agency Partner ของเรา
- ถ้าเลิกจ้าง อะไรยังอยู่กับเราบ้าง ขอคำตอบเป็นรายการ ไม่ใช่คำตอบกว้าง ๆ
- จะรายงานอะไร ถี่แค่ไหน และตัวเลขมาจากระบบไหน ขอดูตัวอย่างรายงานจริงก่อนเซ็นสัญญา
- ดูแลการเชื่อมต่อระหว่างโฆษณา เว็บไซต์ และ LINE ด้วย หรือดูแลแค่งานบน LINE จุดนี้มักไม่มีใครเขียนไว้ในสัญญา
- ถ้าตัวเลขจากสองระบบไม่ตรงกัน จะยึดอันไหน และอธิบายอย่างไร คำตอบที่ดีต้องบอกได้ว่าทำไมถึงต่างกัน
- อยู่ในรายชื่อพาร์ตเนอร์ของ LINE หรือเปล่า เช็กเองได้ที่หน้าพาร์ตเนอร์ของ LINE
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ LINE Agency Partner (FAQ)
LINE Agency Partner คืออะไร
คือเอเจนซี่ที่ LINE รับรองให้เป็นพันธมิตรด้านการตลาดบนแพลตฟอร์มของ LINE ดูแลได้ทั้งสื่อโฆษณา เช่น LINE Ads, LINE TODAY, LINE OpenChat และ Smart Channel, สติกเกอร์สำหรับแบรนด์, LINE Official Account, LINE MINI App และการเชื่อมระบบผ่าน Messaging API ไม่ได้มีแค่การยิงโฆษณา รายชื่อพาร์ตเนอร์อยู่บนเว็บไซต์ LINE for Business ตรวจสอบเองได้ นอกจากบทบาทนี้ LINE ยังมีบทบาทอื่น เช่น Technology Partner สำหรับงานพัฒนาระบบ
LINE Agency Partner ต่างจากเอเจนซี่ที่รับยิงโฆษณา LINE ทั่วไปอย่างไร
ต่างกันสามเรื่อง หนึ่ง มีชื่ออยู่ในรายชื่อทางการ สอง มีช่องทางประสานงานกับทีม LINE และสาม ซื้อสื่อบางประเภทที่ LINE ไม่ได้เปิดขายตรงได้ เช่น Smart Channel Custom ซึ่งหน้าบริการ LINE Ads ระบุว่าซื้อได้เฉพาะผ่าน LINE Agency Partner ส่วนเอเจนซี่ที่ไม่ได้เป็นพาร์ตเนอร์ก็ยังยิง LINE Ads ได้ตามปกติ ถ้าเป็นงานระยะสั้นเฉพาะกิจ ความต่างนี้อาจไม่สำคัญเท่าไร แต่ถ้าแผนต้องใช้สื่อกลุ่มนี้ หรือธุรกิจใช้ LINE เป็นช่องทางหลักระยะยาว จะเห็นความต่างชัด
จะรู้ได้อย่างไรว่าเอเจนซี่เป็นพาร์ตเนอร์ของ LINE จริง
เข้าหน้าพาร์ตเนอร์ของ LINE for Business แล้วหาชื่อหรือโลโก้ของเอเจนซี่นั้น บางเจ้าขึ้นในรายชื่อด้วยชื่อบริษัท ซึ่งอาจไม่ตรงกับชื่อทางการค้าที่ใช้ทั่วไป เช่น Unicorn House เป็นชื่อทางการค้าและโลโก้ ส่วนในรายชื่อจะเห็นเป็นชื่อบริษัท Unicorn Agency ถ้าหาไม่เจอ ให้ถามชื่อบริษัทที่จดไว้กับ LINE ก่อนสรุป
ใช้บริการเอเจนซี่แล้วบัญชี LINE OA เป็นของใคร
บัญชี LINE OA ควรอยู่ในชื่อธุรกิจของคุณเสมอ เพราะฐานผู้ติดตามและประวัติการคุยผูกอยู่กับบัญชีนั้น ถ้าบัญชีไปอยู่ในชื่อเอเจนซี่ วันที่เปลี่ยนผู้ดูแลก็เท่ากับต้องเริ่มจากศูนย์ ส่วนบัญชีโฆษณาเป็นอีกเรื่อง เอเจนซี่หลายรายรวมถึงเรายิงโฆษณาผ่านบัญชีแบบ Agency Partner ของตัวเอง ซึ่งเป็นรูปแบบที่ LINE เปิดไว้ ที่ควรทำคือตกลงให้ชัดก่อนเริ่มงานว่าจบสัญญาแล้วจะส่งมอบอะไรกลับมาบ้าง ดีกว่ารอไปคุยตอนจะเลิกจ้าง
ค่าบริการเอเจนซี่ LINE คิดอย่างไร มีอะไรบ้างนอกจากค่าโฆษณา
แยกเป็นหลายก้อนตามบริการที่ใช้
- ค่าสื่อ ไม่ได้มีแค่ LINE Ads แต่รวมสื่ออื่นที่ใช้ด้วย เช่น Smart Channel, LINE TODAY, LINE OpenChat หรือสติกเกอร์สำหรับแบรนด์
- ค่าแพ็กเกจ LINE OA จ่ายตรงให้ LINE หรือให้เอเจนซี่ดำเนินการแทนก็ได้ ยอดโตตามจำนวนผู้ติดตามและจำนวนข้อความที่ส่ง
- ค่าบริการเอเจนซี่ ของ Unicorn House งาน LINE OA คิด 8% งาน LINE Ads คิด 20–30% ตามงบโฆษณา และสื่ออื่นคิดตามรายละเอียดของบริการ
- ค่าพัฒนาระบบ ถ้ามีงาน เช่น LINE MINI App จะคิดแยกอีกก้อน
ก้อนที่คนมักประเมินต่ำที่สุดคือค่าแพ็กเกจ LINE OA เพราะโตตามจำนวนเพื่อนและข้อความ ไม่ได้โตตามยอดขาย ธุรกิจที่เร่งเพิ่มเพื่อนโดยไม่วางระบบแบ่งกลุ่ม มีโอกาสเจอค่าส่งข้อความโตเร็วกว่ารายได้
ต้องมีเพื่อนใน LINE OA กี่คนถึงจะคุ้มที่จะจ้างเอเจนซี่
ไม่มีตัวเลขตายตัว และสิ่งที่ควรดูก็ไม่เกี่ยวกับจำนวนเพื่อนโดยตรง ข้อแรก ฝั่งคุณมีคนตอบแชทหรือยัง ข้อที่สอง ถ้าแบ่งกลุ่มฐานที่มีอยู่ แต่ละกลุ่มยังมีคนมากพอให้สื่อสารแยกกันได้ไหม ถ้าแบ่งแล้วเหลือกลุ่มละไม่กี่คน การลงทุนกับระบบที่ซับซ้อนยังไม่คุ้ม ควรเพิ่มฐานและเก็บข้อมูลให้ถูกต้องก่อน
เริ่มใช้บริการแล้วนานแค่ไหนถึงเห็นผล
ขึ้นกับว่าใช้บริการส่วนไหน และ LINE OA ของคุณเริ่มจากจุดไหน
- สื่อโฆษณา เช่น LINE Ads และ Reservation Ads บน LINE TODAY, LINE OpenChat และ Smart Channel เห็นการมองเห็นและการคลิกภายในไม่กี่วันหลังแคมเปญเริ่ม แต่สัปดาห์แรกจะเห็นเป็นคนเห็นโฆษณาและคนทัก ยังไม่ใช่ยอดขาย
- สติกเกอร์สำหรับแบรนด์ เห็นเพื่อนใหม่เข้ามาตลอดช่วงที่เปิดให้ดาวน์โหลด ซึ่งตามหน้าบริการของ LINE คือ 30 วันสำหรับ Sponsored Sticker และ 90 วันสำหรับ Mission Sticker
- การดูแล LINE OA บรอดแคสต์แบบแบ่งกลุ่ม และการซื้อซ้ำ ต้องนับเป็นเดือน เพราะเกิดจากการสื่อสารต่อเนื่อง ไม่ได้มาจากแคมเปญเดียว
- งานพัฒนาระบบ เช่น LINE MINI App หรือ Messaging API ใช้เวลาตามแผนของโครงการ ซึ่งตกลงกันตั้งแต่เฟส Audit
ทำ LINE Ads เองได้ไหม ต่างกับให้เอเจนซี่ทำตรงไหน
ทำเองได้ และหลายธุรกิจทำเองแล้วคุ้มกว่าด้วย สิ่งที่ใช้ตัดสินคือจำนวนช่องทางที่ต้องเชื่อมกัน และความถี่ของคนที่ติดต่อเข้ามา ขนาดธุรกิจไม่ได้เป็นตัวชี้ขาด ถ้ามีช่องทางเดียวและคนในทีมดูแลไหว ทำเองมักคุ้มกว่า แต่ถ้าเริ่มตอบไม่ได้ว่ายอดมาจากไหน หรือไม่มีใครดูแลให้โฆษณา เว็บไซต์ และ LINE ทำงานต่อกัน ความเสียหายจากการตัดสินใจผิดมักแพงกว่าค่าจ้างคนดูแล
ดูการเทียบต้นทุนและความเสี่ยงของทั้งสองทางแบบละเอียดได้ที่ เทียบยิง LINE Ads เองกับใช้บริการเอเจนซี่
สรุป
LINE Agency Partner คือเอเจนซี่ที่ LINE รับรองให้ดูแลงานการตลาดบนแพลตฟอร์มของ LINE ได้ตั้งแต่ต้นจนจบ เริ่มจากสื่อที่ทำให้คนรู้จัก เช่น LINE TODAY, LINE OpenChat และ Smart Channel การเพิ่มเพื่อนด้วย LINE Ads และสติกเกอร์สำหรับแบรนด์ การคุยต่อเนื่องผ่าน LINE OA ไปจนถึงบริการเฉพาะทางอย่าง LINE MINI App และยังซื้อสื่อบางประเภทที่ขายเฉพาะพาร์ตเนอร์ได้
ก่อนเลือกผู้ให้บริการ ลองเช็กห้าข้อนี้
- มีชื่ออยู่ในหน้าพาร์ตเนอร์ของ LINE หรือเปล่า
- ขอบเขตงานครอบคลุมสื่อและเครื่องมือที่แผนของคุณต้องใช้หรือไม่ และงานไหนอยู่นอกแพ็กเกจ
- ค่าใช้จ่ายแยกค่าสื่อ ค่าแพ็กเกจ LINE OA และค่าบริการเป็นรายบริการชัดเจนหรือไม่
- มีประมาณการผลลัพธ์ก่อนเริ่ม และรายงานผลจริงเทียบกับประมาณการหรือไม่
- บัญชี LINE OA อยู่ในชื่อธุรกิจของคุณหรือเปล่า และจบสัญญาแล้วจะได้อะไรกลับมาบ้าง
อีกเรื่องที่ควรถามคือ ใครในบริษัทเป็นคนดูแลงานของคุณจริง และคนนั้นมีการรับรองหรือประสบการณ์กับเครื่องมือของ LINE แค่ไหน เพราะการรับรองอย่าง Certified Coach ติดอยู่กับตัวคน ไม่ได้ติดอยู่กับบริษัท
อยากให้เราช่วยดูก่อนไหมว่าตอนนี้ LINE OA ของคุณอยู่ตรงไหน เรารับตรวจสถานะเบื้องต้นและคุยแนวทางกับทีมของคุณ โดยยังไม่ต้องเปิดสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลลูกค้าตั้งแต่ขั้นแรก
ปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญของ Unicorn House ได้ตั้งแต่วันนี้
💚 LINE : @unicornhouse
📞 Tel : 02-077-0323
🌐 Website : unicornhouse.me
📌 ถ้าไม่อยากพลาดข้อมูลดี ๆ กดติดตามเพจ Unicorn House ไว้ตอนนี้เลย 🦄✨




