LINE Shopping คือ แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสำเร็จรูปบนแอป LINE ที่ทำงานร่วมกับระบบหลังบ้าน LINE MyShop ช่วยให้ร้านค้าลงขายสินค้า จัดการคลังสินค้า ตัดออเดอร์ในแชต และรับชำระเงินได้จบในที่เดียว
จุดที่ทำให้ระบบนี้ต่างจากมาร์เก็ตเพลสทั่วไป คือ ไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมส่วนแบ่งยอดขาย (GP) ต่อออเดอร์ (ข้อมูลจาก LINE SHOPPING Seller Fees Policy นโยบายค่าธรรมเนียม (ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด วันที่ 10 กันยายน 2567)) ร้านค้าจึงเก็บส่วนต่างของทุกออเดอร์ไว้ได้มากขึ้น
Key Takeaways
- ไม่มีค่าธรรมเนียมส่วนแบ่ง GP: เปิดหน้าร้านและลงขายสินค้าได้โดยไม่ถูกหักเปอร์เซ็นต์จากยอดขายรายออเดอร์แบบมาร์เก็ตเพลส
- ปิดการขายจบในแชตเดียว: ลูกค้ากดเลือกสินค้าและชำระเงินเองได้ หรือแอดมินส่งการ์ดสรุปยอด (Order Card) เข้าห้องแชต แทนการพิมพ์เลขบัญชีและเช็กสลิปด้วยมือทุกออเดอร์
- ระบบคลังสินค้าซิงค์อัตโนมัติ: ตัดสต็อกให้เมื่อชำระเงินสำเร็จ ลดปัญหาขายเกินจำนวนสินค้าจริง (Overselling)
- ประวัติการซื้ออยู่กับแบรนด์เอง: ข้อมูลการสั่งซื้อและพฤติกรรมลูกค้าถูกเก็บไว้ในระบบร้าน ไม่หายไปกับแพลตฟอร์มตัวกลาง
- ต้นทุนไม่ได้หายไป แต่ย้ายที่: สิ่งที่ประหยัดคือค่า GP แต่ต้นทุนจะย้ายไปอยู่ที่ค่าธรรมเนียมรับชำระเงินและงบที่ใช้ดึงคนเข้าหน้าร้าน เพราะ LINE Shopping ไม่มีทราฟฟิกมาให้เองเหมือนมาร์เก็ตเพลส
LINE Shopping คืออะไร?
LINE Shopping คือ ระบบหน้าร้านค้าออนไลน์บนแอปพลิเคชัน LINE ที่รวมขั้นตอนตั้งแต่การเลือกสินค้า สอบถามรายละเอียด ชำระเงิน ไปจนถึงแจ้งที่อยู่จัดส่ง ให้เกิดขึ้นภายในแอปเดียว
จุดแข็งของระบบคือลูกค้าเปิดหน้าร้านได้จากในแอป LINE ที่ใช้อยู่ทุกวัน ไม่ต้องดาวน์โหลดแอปเพิ่ม จึงลดขั้นตอนที่ทำให้ผู้ซื้อเปลี่ยนใจกลางทาง และผูกการทำงานเข้ากับบัญชี LINE Official Account ของแบรนด์ได้โดยตรง
LINE SHOPPING กับ LINE MyShop ต่างกันอย่างไร?
สองชื่อนี้มักถูกใช้สลับกันจนสับสน ทั้งที่ทำหน้าที่ต่างกันชัดเจน:
- LINE SHOPPING คือ ฝั่งที่ผู้ซื้อเห็น — พื้นที่รวมร้านค้าและหน้าร้านที่ลูกค้าเข้ามาเลือกชมสินค้าและกดสั่งซื้อ
- LINE MyShop คือ ฝั่งหลังบ้านที่ผู้ขายใช้ — แผงควบคุมสำหรับจัดการสต็อก รับออเดอร์ ตรวจยอดเงิน และออกใบปะหน้าพัสดุ
พูดง่าย ๆ คือ ลูกค้าซื้อของที่ LINE SHOPPING แต่ร้านค้าทำงานอยู่ใน LINE MyShop ซึ่งทั้งสองส่วนผูกอยู่กับบัญชี LINE OA เดียวกันของแบรนด์
ค่า GP คืออะไร? ทำไมร้านค้าออนไลน์ต้องแคร์
ค่า GP (Gross Profit) คือ ค่าธรรมเนียมส่วนแบ่งยอดขายที่แพลตฟอร์มตัวกลางหักจากร้านค้าเป็นเปอร์เซ็นต์ของทุกออเดอร์ที่ขายได้ ต่างจากค่าสมัครหรือค่าระบบรายเดือน เพราะ GP จะโตขึ้นตามยอดขาย ยิ่งขายได้มาก ยิ่งถูกหักมาก
เหตุผลที่ผู้ขายต้องให้ความสำคัญกับตัวเลขนี้:
- กินกำไรสุทธิโดยตรง: สินค้าที่มาร์จิ้นบางอยู่แล้ว การถูกหักเปอร์เซ็นต์ทุกออเดอร์อาจทำให้ขายได้เยอะแต่กำไรแทบไม่เหลือ
- คำนวณราคาขายยากขึ้น: ต้องบวก GP กลับเข้าไปในราคา ทำให้แข่งราคากับร้านที่ขายผ่านช่องทางของตัวเองยาก
- เปลี่ยนแปลงได้ตลอด: อัตรา GP เป็นนโยบายของแพลตฟอร์ม ปรับขึ้นได้โดยที่ร้านค้าควบคุมไม่ได้
การขายผ่าน LINE Shopping จึงเป็นทางเลือกสำหรับร้านที่ต้องการตัดต้นทุนก้อนนี้ออกไป โดยแลกกับการต้องหาทราฟฟิกเข้าหน้าร้านด้วยตัวเอง
ทำไม LINE Shopping ถึงสำคัญกับร้านค้าออนไลน์?
การขายผ่านแชตแบบเดิมมักเจอปัญหาเดียวกันสองข้อ คือแชตเข้ามาเยอะแต่ปิดการขายได้น้อย และออเดอร์ตกหล่นเพราะต้องสรุปยอด ส่งเลขบัญชี และเช็กสลิปด้วยมือทุกออเดอร์
ทางออกที่ร้านค้าส่วนใหญ่เลือกคือย้ายไปเปิดร้านบนมาร์เก็ตเพลส แต่ก็ต้องแลกกับค่าธรรมเนียมส่วนแบ่งยอดขาย (GP) ที่หักจากทุกออเดอร์
LINE Shopping เข้ามาแก้ทั้งสองปัญหาด้วยการยกระบบสั่งซื้อไปวางไว้ในช่องทางที่ลูกค้าคุยกับร้านอยู่แล้ว โดยมอบข้อได้เปรียบดังนี้:
- รักษาอัตรากำไรสุทธิ (Net Margin): ไม่มีค่าธรรมเนียมส่วนแบ่ง GP รายออเดอร์ เหลือเพียงค่าธรรมเนียมธุรกรรมของผู้ให้บริการรับชำระเงินตามอัตราของแต่ละราย
- ลดขั้นตอนที่ทำให้ออเดอร์ตกหล่น: ระบบสรุปยอด ตัดสต็อก และบันทึกที่อยู่จัดส่งให้อัตโนมัติ แทนการจดใส่กระดาษหรือไล่อ่านย้อนในแชต
- เก็บประวัติการซื้อไว้กับแบรนด์: นำข้อมูลไปต่อยอดผ่านระบบแชร์ข้อมูลข้ามบัญชี LINE Business Manager เพื่อยิงแอดหาลูกค้าเก่าหรือบรอดแคสต์กระตุ้นการซื้อซ้ำได้ในภายหลัง
- ต่อยอดกับช่องทางขายอื่นได้: ใช้ร่วมกับกลยุทธ์การขายผ่าน Social Commerce และการไลฟ์ขายของ (Live Shopping) เพื่อรวมทุกออเดอร์มาจบที่ระบบหลังบ้านเดียว
LINE Shopping เหมาะกับร้านค้าแบบไหน?
- ร้านค้า E-commerce และแบรนด์สินค้าออนไลน์: ที่ต้องการตัดค่า GP และเพิ่มช่องทางปิดการขายอัตโนมัติผ่านแชต
- ผู้ประกอบการ SME ที่มีผู้ติดตามบน LINE OA อยู่แล้ว: ที่ต้องการเปลี่ยนคนที่ทักแชตอยู่แล้วให้กลายเป็นยอดสั่งซื้อ — กลุ่มนี้ได้ประโยชน์เร็วที่สุด เพราะมีทราฟฟิกในมือแล้ว
- ร้านที่เพิ่งเริ่มขายของในไลน์: ที่ยังจดออเดอร์ด้วยมือและต้องการวางระบบตั้งแต่ต้น
- ธุรกิจที่ต้องการสะสมฐานข้อมูลลูกค้า (CRM): เพื่อนำประวัติการซื้อไปจัดกลุ่มทำโปรโมชันกระตุ้นการซื้อซ้ำ
วิธีเปิดร้าน LINE Shopping ผ่าน MyShop 4 ขั้นตอน
ขั้นตอนที่ 1: เชื่อมต่อบัญชีธุรกิจหลังบ้าน
เข้าสู่ระบบ LINE MyShop ผ่านคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ตโฟน แล้วผูกเข้ากับบัญชี LINE Official Account ของแบรนด์ เพื่อเปิดสิทธิ์บริหารจัดการหน้าร้าน
ขั้นตอนที่ 2: ตั้งค่าข้อมูลคลังสินค้าและสต็อก
อัปโหลดรูปสินค้าที่คมชัด ใส่ชื่อสินค้า ราคา รายละเอียด และระบุจำนวนสต็อกตามที่มีอยู่จริงในคลัง หากขายหลายช่องทางพร้อมกัน ให้ตั้งค่าซิงค์สต็อกไว้ตั้งแต่ขั้นนี้
ขั้นตอนที่ 3: เปิดช่องทางขนส่งและการรับชำระเงิน
ผูกบัญชีธนาคารหรือระบบรับชำระเงินออนไลน์ (Payment Gateway) พร้อมกำหนดตัวเลือกการจัดส่งและอัตราค่าขนส่งให้ครบ โดยสามารถตรวจสอบอัตราค่าธรรมเนียมระบบรับชำระเงินของ LINE SHOPPING ก่อนเปิดใช้งานจริง
ขั้นตอนที่ 4: โปรโมตลิงก์หน้าร้านบน Rich Menu
นำลิงก์หน้าร้าน MyShop ไปฝังบนแถบเมนูลัด (Rich Menu) ในห้องแชต LINE OA เพื่อให้ลูกค้ากดเข้าเลือกชมสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง ขั้นนี้ควรทำควบคู่กับฟีเจอร์หลังบ้านอื่นของ LINE OA เช่น Greeting Message และ Chat Tag เพื่อให้ระบบทำงานต่อเนื่องกัน
เปรียบเทียบฟังก์ชันเด่นของ LINE Shopping และ MyShop
| เครื่องมือ / ฟังก์ชัน | รายละเอียดการทำงาน | ประโยชน์ต่อธุรกิจ |
| LINE SHOPPING (ฝั่งผู้ซื้อ) | พื้นที่รวมร้านค้าและหน้าร้านบนแอป LINE | เพิ่มการมองเห็นและให้ลูกค้าเลือกชมสินค้าได้เอง |
| LINE MyShop (ฝั่งผู้ขาย) | แผงควบคุมระบบหลังบ้านสำหรับร้านค้า | รับออเดอร์ เช็กยอดเงิน และพิมพ์ใบปะหน้าพัสดุผ่านมือถือ |
| ระบบรับชำระเงินอัตโนมัติ | รองรับการโอนเงิน บัตรเครดิต และกระเป๋าเงินดิจิทัล | ผู้ซื้อจ่ายเงินได้ทันที ร้านไม่ต้องรอเช็กสลิปด้วยมือ |
| การ์ดสรุปยอด (Order Card) | แอดมินสร้างการ์ดออเดอร์ส่งเข้าห้องแชตได้ทันที | ปิดการขายให้ลูกค้าที่ทักแชตเข้ามาสอบถามได้เร็วขึ้น |
| ระบบซิงค์สต็อก | ตัดสต็อกอัตโนมัติเมื่อชำระเงินสำเร็จ | ลดปัญหาขายเกินจำนวนสินค้าจริง |
Checklist ตรวจสอบความพร้อมก่อนเปิดรับออเดอร์จริง
- เชื่อมต่อบัญชีสำเร็จ: หน้าร้านเชื่อมกับ LINE OA เรียบร้อยและเปิดสิทธิ์ผู้ดูแลระบบแล้ว
- ข้อมูลสินค้าครบถ้วน: ชื่อ ราคา และรูปสินค้าคมชัด สื่อถึงตัวสินค้าชัดเจน
- ระบบชำระเงินพร้อมใช้: ผูกบัญชีสำเร็จ และทดลองชำระเงินจริงหนึ่งรายการแล้ว
- สต็อกตรงกับของจริง: จำนวนในระบบตรงกับสินค้าในคลัง และตั้งค่าซิงค์ข้ามช่องทางแล้ว
- ทดสอบลิงก์ Rich Menu: ทุกปุ่มบน Rich Menu กดเข้าหน้าร้านและสั่งซื้อได้จริงโดยไม่ค้าง
- เตรียมทีมตอบแชต: มีคนหรือระบบ Chatbot ตอบแชตอัตโนมัติ รับมือคำถามช่วงที่ออเดอร์เข้าพร้อมกัน
ตัวอย่างการใช้ LINE Shopping ของร้านเสื้อผ้าออนไลน์
ตัวอย่างต่อไปนี้เป็น สถานการณ์สมมติเพื่ออธิบายกลไกการทำงานของระบบ ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่วัดจากลูกค้ารายใดรายหนึ่ง
- ก่อนใช้ระบบ: แอดมินต้องพิมพ์สรุปยอด ส่งเลขบัญชีให้ลูกค้าทางแชต รอรูปสลิป แล้วจดที่อยู่จัดส่งลงกระดาษ ทุกขั้นตอนทำด้วยมือและมีโอกาสตกหล่น
- หลังวางระบบ: แบรนด์นำลิงก์หน้าร้าน MyShop ไปติดบน Rich Menu พร้อมตั้งข้อความต้อนรับอัตโนมัติคอยรับลูกค้าที่กดเข้ามา
- กลไกที่เปลี่ยนไป: ลูกค้าเลือกไซส์ ชำระเงิน และกรอกที่อยู่ได้เองในระบบ ระบบตัดสต็อกและออกใบปะหน้าพัสดุให้หลังบ้าน แอดมินเปลี่ยนบทบาทจาก “คนจดออเดอร์” มาเป็น “คนช่วยตัดสินใจซื้อ” ซึ่งเป็นงานที่สร้างยอดขายได้มากกว่า
ข้อจำกัดของ LINE Shopping ที่ควรรู้ก่อนเปิดร้าน
- ยังมีค่าธรรมเนียมรับชำระเงิน: แม้ไม่มีค่า GP แต่การรับชำระผ่านบัตรเครดิตหรือระบบออนไลน์ยังมีค่าธรรมเนียมธุรกรรมตามอัตราของผู้ให้บริการรับชำระเงินแต่ละราย ควรตรวจอัตราจริงก่อนตั้งราคาขาย
- ต้องหาทราฟฟิกเข้าหน้าร้านเอง: หน้าร้านบน MyShop ไม่มีคนเดินผ่านเหมือนมาร์เก็ตเพลส ร้านค้าต้องดึงคนเข้าเองผ่านการบรอดแคสต์ Rich Menu การไลฟ์ หรือการยิงแอด — นี่คือจุดที่ต้นทุนย้ายไปอยู่
- ต้องซิงค์สต็อกเองหากขายหลายช่องทาง: ขายพร้อมกันหลายแพลตฟอร์มโดยไม่มีระบบสต็อกกลาง เสี่ยงเจอปัญหาสต็อกลมและส่งของให้ลูกค้าไม่ได้
- เงื่อนไขบริการเปลี่ยนได้: อัตราค่าธรรมเนียมและนโยบายเป็นสิ่งที่แพลตฟอร์มกำหนด ควรตรวจหน้าเงื่อนไขบริการทางการอย่างน้อยปีละครั้ง

ภาพจาก lineshoppingseller
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ LINE Shopping และ MyShop
เปิดร้านบน LINE Shopping ต้องเสียส่วนแบ่งยอดขาย (GP) ไหม?
LINE SHOPPING ไม่มีค่าธรรมเนียมส่วนแบ่งยอดขายตามหมวดสินค้าแบบมาร์เก็ตเพลสทั่วไป แต่มีค่าธรรมเนียมการใช้บริการ 3% (ไม่รวม VAT) ที่เรียกเก็บเฉพาะคำสั่งซื้อซึ่งเกิดจากช่องทางหรือสื่อของ LINE SHOPPING เอง แคมเปญที่ LINE SHOPPING สนับสนุน หรือฟีเจอร์ LIVE ส่วนคำสั่งซื้อที่ร้านหาลูกค้ามาเอง เช่น ออกออเดอร์ผ่านแชท ร้านโฆษณาเอง หรือส่งลิงก์ร้าน shop.line.me ให้ผู้ซื้อ จะได้รับการยกเว้น (ข้อมูลจากนโยบายค่าธรรมเนียม LINE SHOPPING ปรับปรุงครั้งที่ 3 วันที่ 10 กันยายน 2567)
ค่าธรรมเนียม LINE Shopping มีอะไรบ้าง?
ตามนโยบายค่าธรรมเนียมของ LINE SHOPPING มีค่าธรรมเนียม 2 ประเภท อัตรา 3% (ไม่รวม VAT) เท่ากันทั้งคู่ ดังนี้:
- ค่าธรรมเนียมธุรกรรมการชำระเงิน: เรียกเก็บเมื่อผู้ซื้อชำระผ่านระบบรับชำระเงินของ LINE SHOPPING เช่น บัตรเครดิต บัตรเดบิต LINE Pay หรือ Mobile Banking
- ค่าธรรมเนียมการใช้บริการ: เรียกเก็บเมื่อคำสั่งซื้อมาจากช่องทางหรือสื่อของ LINE SHOPPING แคมเปญที่ LINE SHOPPING สนับสนุน หรือฟีเจอร์ LIVE โดยได้รับการยกเว้นหากเป็นออเดอร์ที่ร้านหาลูกค้ามาเอง
นอกจากนี้ยังต้องนับงบที่ใช้ดึงคนเข้าหน้าร้าน เช่น ค่าบรอดแคสต์หรือค่าโฆษณา เป็นต้นทุนแฝงด้วย
LINE Shopping แตกต่างจากการขายของบน LINE OA ปกติอย่างไร?
ต่างกันที่ระบบจัดการการสั่งซื้อหลังบ้าน LINE OA ปกติเน้นการพูดคุยสนทนา ส่วน LINE Shopping มีระบบ MyShop เข้ามาช่วยจัดการคลังสินค้า ตะกร้าสินค้า การรับชำระเงิน และพิมพ์ใบปะหน้าพัสดุให้ครบวงจร
LINE SHOPPING กับ LINE MyShop คือสิ่งเดียวกันไหม?
ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน LINE SHOPPING คือฝั่งที่ผู้ซื้อเห็น ได้แก่พื้นที่รวมร้านค้าและหน้าร้านบนแอป LINE ส่วน LINE MyShop คือแผงควบคุมหลังบ้านที่ผู้ขายใช้จัดการสต็อกและออเดอร์ ทั้งสองส่วนผูกอยู่กับบัญชี LINE OA เดียวกัน
ทำอย่างไรให้คนซื้อเจอหน้าร้านบน LINE Shopping?
ต้องดึงทราฟฟิกผ่านช่องทางของแบรนด์เอง ร้านค้าใช้การบรอดแคสต์ถึงผู้ติดตาม ติดตั้ง Rich Menu ใน LINE OA ทำคอนเทนต์ตามกลยุทธ์ Content Marketing หรือยิงแอดดึงคนเข้าหน้าร้าน ข้อนี้คือความแตกต่างสำคัญจากมาร์เก็ตเพลสที่มีคนเดินผ่านอยู่แล้ว และยังมีข้อดีด้านต้นทุน เพราะออเดอร์ที่ร้านหาลูกค้ามาเองได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมการใช้บริการ 3%
ลูกค้าจ่ายเงินผ่านช่องทางไหนได้บ้าง?
ช่องทางการชำระเงินของ LINE SHOPPING ที่รองรับปัจจุบัน:
- PromptPay QR Code: สแกนจ่ายผ่านแอปพลิเคชันของทุกธนาคาร
- Mobile Banking: ชำระตรงผ่านแอปพลิเคชัน K PLUS และ SCB Easy App
- LINE Pay: ชำระผ่าน LINE Pay Wallet หรือ บัตรเครดิต/เดบิต ที่ผูกไว้กับระบบ
- บริการเก็บเงินปลายทาง (COD): จ่ายเงินสดเมื่อพัสดุจัดส่งถึงมือ
- การรับชำระผ่านระบบรับชำระเงินของ LINE SHOPPING มีค่าธรรมเนียมธุรกรรม 3% โดยหักจากยอดโอน
LINE POINTS ที่ลูกค้าได้รับ ร้านค้าต้องออกต้นทุนเองไหม?
ตัวแต้มมาจากแคมเปญของแพลตฟอร์ม ร้านค้าไม่ได้เป็นผู้ออกแต้มเอง แต่ตามนโยบายค่าธรรมเนียม คำสั่งซื้อที่เกิดจากแคมเปญส่งเสริมการขายซึ่ง LINE SHOPPING สนับสนุน เช่น LINE POINTS หรือคูปองส่วนลด จะถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการใช้บริการ 3% และร้านค้าทุกร้านเข้าร่วมแคมเปญโดยอัตโนมัติ ไม่สามารถขอยกเว้นได้ จึงควรนับส่วนนี้เป็นต้นทุนในการคำนวณกำไรด้วย
ร้านค้าที่ไม่มีคอมพิวเตอร์ จัดการออเดอร์ผ่านมือถือได้ไหม?
จัดการผ่านสมาร์ตโฟนได้ ผู้ขายดาวน์โหลดแอป LINE MyShop เพื่อรับแจ้งเตือนออเดอร์ จัดการคลังสินค้า ตรวจยอดเงิน และจัดการพัสดุได้ ส่วนงานตั้งค่าระบบครั้งแรกยังแนะนำให้ทำผ่านคอมพิวเตอร์เพราะเห็นภาพรวมชัดกว่า
ระบบ LINE Shopping เชื่อมต่อกับระบบหลังบ้านของบริษัทได้ไหม?
เชื่อมต่อได้ผ่าน API ธุรกิจที่มีระบบ ERP หรือระบบคลังสินค้าของตัวเองสามารถวางโครงสร้างเชื่อมข้อมูลเข้าหากันได้ ซึ่งเป็นงานที่ต้องวางแผนร่วมกับทีมพัฒนาเว็บไซต์และระบบ
สรุป: LINE Shopping เหมาะกับร้านค้าแบบไหน
LINE Shopping คือระบบหน้าร้านที่แก้ปัญหาการขายผ่านแชตได้ตรงจุด ด้วยจุดเด่นที่เปิดใช้งานได้โดยไม่มีค่าธรรมเนียมส่วนแบ่ง GP ช่วยให้ร้านค้ารักษากำไรสุทธิ จัดการคลังสินค้าเป็นระบบ และปิดการขายได้เร็วขึ้น
แต่ต้องเข้าใจให้ตรงกันว่า ต้นทุนไม่ได้หายไป มันย้ายจากค่า GP ไปอยู่ที่ค่าธรรมเนียมรับชำระเงินและงบที่ใช้ดึงคนเข้าหน้าร้าน ระบบนี้จึงเหมาะที่สุดกับร้านที่มีฐานผู้ติดตามบน LINE OA อยู่แล้ว หรือพร้อมลงทุนสร้างทราฟฟิกของตัวเอง ไม่ใช่ร้านที่ต้องการช่องทางที่มีคนเดินผ่านมาให้เอง
หากคุณต้องการวางระบบหน้าร้าน LINE Shopping และ MyShop ให้ทำงานเต็มประสิทธิภาพ หรือต้องการวางโครงสร้างเชื่อมระบบแชตเข้ากับแผนคอนเทนต์และการยิงแอดเพื่อดึงคนเข้าหน้าร้าน ให้ทีมผู้เชี่ยวชาญจาก Unicorn House เข้ามาช่วยดูแลและวางแผนให้ธุรกิจคุณได้ตั้งแต่วันนี้
ถ้าไม่อยากพลาดข้อมูลดีๆ กดติดตาม เพจ Unicorn House ไว้ตอนนี้เลย !🦄✨
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือปรึกษาเรื่องวางแผนธุรกิจได้ที่
💚 LINE : @unicornhouse (อย่าลืมใส่ @ ข้างหน้า)
📞 Tel : 02-077-0323


