4 Trends Commerce ที่ยังบูมในเอเชียปี2022

จากสถานการณ์แพร่ระบาด เราจะเห็นได้ว่า หลายธุรกิจ หันมาเน้นการขายออนไลน์กันเพิ่มมากขึ้น ในอนาคตรูปแบบ ธุรกิจ Commerce ยังคงเป็นเทรนด์ที่น่าจับตามองในปี2022

4 รูปแบบธุรกิจ commerce ที่เป็น top of mind ของผู้บริโภคใน APEC(เอเชียแปซิฟิก)
หรืออาจจะทั่วโลกเลยก็ได้ นั่นก็คือ

1. Direct-to-consumer(DTC)  คือการขายสินค้าและบริการโดยตรงจากบริษัทถึงผู้บริโภค โดยไม่ผ่านแพลตฟอร์ม E-Marketplace เป็นตัวกลาง ซึ่งผู้บริโภคจะได้มีปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับแบรนด์มากขึ้น

แบรนด์ Nike เป็นบริษัทผลิตภัณฑ์เครื่องกีฬาที่หันมามุ่งเน้นกลยุทธ์นี้โดยใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ของแบรนด์ตัวเองในการซื้อขายผ่านทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น เพื่อเพิ่มโอกาสในการสื่อสารกับลูกค้าและสร้างรายได้ให้กับแบรนด์ตัวเองโดยตรง

2. Social commerce คือ การซื้อขายออนไลน์ผ่านโซเชียลมีเดียโดยตรง แพลตฟอร์มที่แบรนด์มักใช้ในการ active เพื่อสร้าง Engagement ให้กับแบรนด์ หลักๆคือ  ช่องทาง LINE, Facebook, TikTok และ Instagram เราจะเห็นได้ว่า ธุรกิจประเภท Corporate และ SME เกือบแทบทุกแบรนด์หันมาใช้กลยุทธ์นี้เพื่อสื่อสารกับลูกค้า

แบรนด์ Skinnylicious แบรนด์ขนมคลีนแบรนด์ใหม่จาก Coffee Beans by Dao เป็นแบรนด์ SME ที่ทำ Social commerce ในทุกแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะตัวอย่างการทำ TikTok ที่ทางแบรนด์ให้ความสนใจเป็นพิเศษ เป็นการทำคอนเทนต์ ในรูปแบบวิดีโอ เน้น ลงคอนเทนต์ทุกวัน
ใช้ #Hastag เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแบรนด์ผลลัพธ์ทำให้ภาพรวมของแบรนด์ ตอนนี้ค่อนข้างเป็นที่รู้จักมากขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่

3. Omni-channel/O2O คือ O2O Marketing คือ รูปแบบธุรกิจที่เชื่อมระหว่างออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างข้อดีของการขายของบนของโลกออนไลน์ และนำจุดแข็งของการขายแบบออฟไลน์เอาเข้ามาช่วยยกระดับการบริการบนโลกออนไลน์ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
อย่างกรณี ของแบรนด์ Pomelo ก็ได้นำกลยุทธ์นี้มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ

แบรนด์ Pomelo แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นจากโลกออนไลน์ ได้นำกลยุทธ์นี้มาประยุกต์ใช้โดยผู้บริโภคสามารถช้อปปิ้งผ่านทางออนไลน์แต่สามารถมาลอง จ่ายเงินและเลือกรับสินค้าผ่านทางหน้าร้านได้ กลยุทธ์นี้ถือว่าเป็นจุดเด่นของทางแบรนด์เลยก็ว่าได้ เพราะสามารถแก้ปัญหาการซื้อเสื้อผ้าออนไลน์ของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้เป็นอย่างดี

4. LIVE commerce คือ การไลฟ์ที่เป็นรูปแบบเรียลไทม์ รูปแบบในการไลฟ์สดสามารถไลฟ์สดผ่านทาง E-marketplace เช่น Lazada, Shopee หรือ Social platforms เช่น Facebook, Instagram หรือ LINE ก็สามารถนำกลยุทธ์นี้ไปปรับใช้ให้เข้ากับรูปแบบธุรกิจได้เช่นกัน ปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนวิธีการไลฟ์ให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคมากขึ้น เน้นความสนุนสนาน เป็นกันเอง ทำให้ผู้ซื้อเข้าถึงแบรนด์ได้ง่ายขึ้น โดยที่เราไม่ได้คาดหวังถึงผลลัพธ์ ได้กลุ่มผู้ซื้อที่ไม่ได้มีจุดประสงค์ที่จะซื้อสินค้า อีกทั้งยังได้ขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่ๆได้เพิ่มเติมอีกด้วย

เราจะเห็นได้จากกรณีที่เป็นกระแส(Viral)อยู่ ณ ตอนนี้ นั้นก็คือ การไลฟ์สด “พิมรี่พายขายทุกอย่าง” เป็นการไลฟ์ ผ่านทาง Facebook Page โดยภาพลักษณ์ของทางร้าน เน้นความสนุกสนานเพื่อง่ายต่อการเข้าถึงของกลุ่มลูกค้าใหม่ เน้นการแชร์ และยอดวิวของผู้เข้าชมทำให้เพจเป็นที่รู้จักมากขึ้น ซึ่งการไลฟ์เราสามารถไลฟ์ได้ทุกแพลต์ฟอร์มและต้องหมั่นไลฟ์ทุกวัน  จากกรณีนี้ทำให้เกือบแทบทุกแบรนด์และทุกธุรกิจไม่ว่าจะแบรนด์เล็กหรือแบรนด์ใหญ่หันมาให้ความสนใจกลยุทธ์ด้านนี้กันมากขึ้น

4 กลยุทธ์นี้ สามารถนำไปปรับใช้ให้เข้ากับธุรกิจของตัวเองได้ ในปี2022 4 Trendsนี้เราเชื่อว่ายังไงก็บูมแน่นอน

แหล่งข่าวจาก : https://bit.ly/3F1nKvX

ถ้าไม่อยากพลาดข้อมูลดีๆ กดติดตาม เพจ Unicorn House ไว้ตอนนี้เลย !🦄✨
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือปรึกษาเรื่องวางแผนธุรกิจได้ที่
💚 LINE : @unicornhouse (อย่าลืมใส่ @ ข้างหน้า)
หรือคลิกลิงค์นี้  ☞  https://bit.ly/3aheB3G
📞 Tel : 02-077-0323
🌐 https://unicornhouse.me/