LINE OA มีฟีเจอร์หลังบ้านให้ใช้งาน 12 ตัว แบ่งเป็น 3 หมวด คือ หมวดสื่อสาร หมวดนำเสนอ และหมวดบริหารลูกค้า ทั้งหมดเปิดใช้ได้จากระบบ LINE Official Account Manager ตั้งแต่แพ็กเกจฟรี สิ่งเดียวที่ถูกจำกัดคือจำนวนข้อความบรอดแคสต์ ซึ่งแพ็กเกจฟรีให้มา 300 ข้อความต่อเดือน
สรุปสาระสำคัญ (Key Takeaways)
- 12 ฟีเจอร์แบ่ง 3 หมวดชัดเจน — หมวดสื่อสาร (Greeting Message, Broadcast, Auto-response, Quick Reply) หมวดนำเสนอ (Rich Menu, Rich Message, Rich Video Message, Card Message) และหมวดบริหารลูกค้า (Chat Tag, Coupon, Reward Card, Survey)
- เกือบทุกฟีเจอร์ใช้ฟรี สิ่งที่จำกัดในแพ็กเกจฟรีคือโควตาข้อความบรอดแคสต์ ไม่ใช่จำนวนฟีเจอร์ ร้านเปิดใหม่จึงตั้ง Rich Menu บัตรสะสมแต้ม และคูปองได้ครบตั้งแต่วันแรก
- โควตานับตามจำนวนผู้รับ ไม่ใช่จำนวนครั้งที่กดส่ง และแพ็กเกจฟรีซื้อข้อความเพิ่มไม่ได้ เมื่อ 300 ข้อความหมดต้องรอเดือนใหม่หรืออัปเกรด
- บรอดแคสต์แบบเจาะกลุ่มต้องมี Estimated Reach อย่างน้อย 100 คน ถ้ากรองแล้วเหลือน้อยกว่านี้ ระบบจะไม่ยอมให้ส่ง ต้องคลายเงื่อนไขการกรองให้กว้างขึ้น
- ลำดับการตั้งค่าสำคัญกว่าจำนวนฟีเจอร์ เริ่มจาก Greeting Message → Rich Menu → Chat Tag → Broadcast จะได้ผลเร็วกว่าการเปิดใช้ทุกอย่างพร้อมกัน
LINE OA มีฟีเจอร์อะไรบ้าง? สรุปทั้ง 12 ตัวในตารางเดียว
ฟีเจอร์ของ LINE OA หรือที่หลายคนเรียกว่า ไลน์ OA แบ่งได้ 3 หมวด หมวดละ 4 ฟีเจอร์ รวม 12 ฟีเจอร์ ทั้งหมดอยู่ในระบบหลังบ้าน LINE Official Account Manager และเปิดใช้ได้จากบัญชีเดียว
ตารางด้านล่างสรุปว่าแต่ละตัวทำอะไร ช่วยธุรกิจตรงไหน และกินโควตาหรือไม่ ก่อนจะลงรายละเอียดทีละหมวดในหัวข้อถัดไป
| ฟีเจอร์ | หมวด | หน้าที่การทำงาน | ประโยชน์ต่อธุรกิจ | ค่าใช้จ่าย |
|---|---|---|---|---|
| 1. Greeting Message (ข้อความต้อนรับ) | สื่อสาร | ส่งข้อความ ภาพ หรือคูปองอัตโนมัติทันทีที่มีคนกดเพิ่มเพื่อน | สร้างความประทับใจแรก และให้เหตุผลลูกค้าทักกลับ | ไม่กินโควตา |
| 2. Broadcast (บรอดแคสต์) | สื่อสาร | ส่งข้อความหาผู้ติดตามจำนวนมากพร้อมกัน เลือกกลุ่มผู้รับได้ | แจ้งโปรโมชัน ประกาศสินค้าใหม่ กระตุ้นยอดขาย | นับตามจำนวนผู้รับ |
| 3. Auto-response (ตอบกลับอัตโนมัติ) | สื่อสาร | ตอบข้อความอัตโนมัติเมื่อลูกค้าพิมพ์คีย์เวิร์ดที่ตั้งไว้ | ปิดช่องว่างนอกเวลาทำการ ลดคำถามซ้ำ | ไม่กินโควตา |
| 4. Quick Reply (คำตอบสำเร็จรูป) | สื่อสาร | บันทึกคำตอบที่ใช้บ่อยไว้ กดส่งได้ในคลิกเดียว | ลดเวลาพิมพ์ซ้ำ และทำให้คำตอบของทุกแอดมินตรงกัน | ไม่กินโควตา |
| 5. Rich Menu | นำเสนอ | แถบเมนูลัดด้านล่างหน้าจอแชต แบ่งพื้นที่กดได้หลายช่อง | ให้ลูกค้ากดหาข้อมูลเองได้ตลอด 24 ชั่วโมง | ไม่กินโควตา |
| 6. Rich Message | นำเสนอ | ภาพขนาดใหญ่เต็มความกว้างแชต ใส่ลิงก์ได้สูงสุด 6 จุดในภาพเดียว | ดึงสายตา เพิ่มอัตราการคลิก และส่งคนเข้าเว็บไซต์ | ไม่มีค่าระบบ (กินโควตาเมื่อส่งแบบบรอดแคสต์) |
| 7. Rich Video Message | นำเสนอ | วิดีโอเล่นอัตโนมัติเมื่อเปิดหน้าต่างแชต ใส่ปุ่มต่อท้ายคลิปได้ | โชว์คลิปโปรโมต สาธิตวิธีใช้ หรือเล่าเรื่องแบรนด์ | ไม่มีค่าระบบ (กินโควตาเมื่อส่งแบบบรอดแคสต์) |
| 8. Card Message | นำเสนอ | การ์ดสไลด์แนวนอน สูงสุด 9 การ์ดเนื้อหา บวกการ์ดปิดท้ายอีก 1 ใบ | โชว์แค็ตตาล็อกหลายรายการ หรือเทียบแพ็กเกจราคา ในข้อความชิ้นเดียว | ไม่มีค่าระบบ (กินโควตาเมื่อส่งแบบบรอดแคสต์) |
| 9. Chat Tag (ป้ายกำกับแชต) | บริหารลูกค้า | ติดป้ายกำกับความสนใจและสถานะของลูกค้าแต่ละราย | ใช้ติดตามงานขาย และกรองกลุ่มก่อนบรอดแคสต์ | ไม่กินโควตา (แพ็กเกจฟรีได้ 5 แท็ก) |
| 10. Coupon (คูปอง) | บริหารลูกค้า | สร้างส่วนลดหรือสิทธิพิเศษดิจิทัลแจกผู้ติดตาม | เร่งการตัดสินใจซื้อครั้งแรกและช่วงแคมเปญ | ไม่กินโควตา |
| 11. Reward Card (บัตรสะสมแต้ม) | บริหารลูกค้า | บัตรสะสมแต้มบนมือถือเพื่อแลกของรางวัล | ดึงลูกค้าเก่ากลับมาซื้อซ้ำ | ไม่กินโควตา |
| 12. Survey (แบบสอบถาม) | บริหารลูกค้า | แบบสำรวจความคิดเห็นออนไลน์ | เก็บความคิดเห็นไปพัฒนาสินค้าและบริการ | ไม่กินโควตา |
หากยังไม่แน่ใจว่าบัญชีทางการนี้ต่างจากบัญชีส่วนตัวอย่างไร สามารถศึกษาเกี่ยวกับ พื้นฐานการใช้งาน LINE Official Account เพิ่มเติมได้เลย
หมวดสื่อสาร: 4 ฟีเจอร์คุยกับลูกค้า ตัวไหนกินโควตา?
หมวดสื่อสารมี 4 ฟีเจอร์ คือ Greeting Message, Broadcast, Auto-response และ Quick Reply — ในสี่ตัวนี้มีเพียง Broadcast เท่านั้นที่หักโควตาข้อความรายเดือน อีกสามตัวส่งได้ไม่จำกัด เพราะระบบไม่นับข้อความต้อนรับ ข้อความตอบอัตโนมัติ และข้อความที่แอดมินพิมพ์ตอบในห้องแชตเข้าโควตา
Greeting Message — ฟีเจอร์ที่ควรตั้งเป็นตัวแรกสุด

ลองนึกภาพลูกค้าเพิ่งกดเพิ่มเพื่อนร้านคุณ แล้วเปิดแชตมาเจอหน้าจอว่างเปล่า ส่วนใหญ่จะปิดทิ้งแล้วไม่กลับมาอีกเลย
นาทีแรกหลังกดเพิ่มเพื่อนคือช่วงที่ลูกค้าสนใจแบรนด์สูงที่สุด และเป็นนาทีที่คุณควบคุมได้เต็มที่ เพราะข้อความต้อนรับเป็นสิ่งเดียวที่ระบบส่งให้อัตโนมัติ
จากการวางระบบให้ลูกค้าของทีม Unicorn House สิ่งที่ทำให้ผลต่างกันชัดที่สุดคือความยาว ข้อความต้อนรับที่ยาวเกินหนึ่งหน้าจอมือถือมักถูกเลื่อนผ่าน ควรเหลือแค่สามอย่าง คือ ลูกค้าได้อะไร ต้องทำอะไรต่อ และติดต่อคนจริงได้ที่ไหน
ฟีเจอร์นี้ตั้งได้ทั้งข้อความ ภาพ Rich Message หรือแนบคูปอง และตั้งได้หลายชุดเพื่อสลับกันแสดง
การแนบคูปองไว้ในข้อความต้อนรับยังช่วยให้เกิดการทักกลับเร็วขึ้น ซึ่งมีประโยชน์กว่าที่คิด เพราะเมื่อลูกค้าเปิดบทสนทนาแล้ว บัญชีธุรกิจจะตอบกลับได้ต่อเนื่องโดยไม่กินโควตา ต่างจากการรอบรอดแคสต์รอบถัดไป
Broadcast — ฟีเจอร์เดียวที่ผูกกับโควตารายเดือน

เรื่องที่คนเข้าใจผิดกันมากที่สุดคือวิธีนับโควตา ระบบไม่ได้นับว่าคุณกดส่งกี่ครั้ง แต่นับว่าข้อความนั้นไปถึงมือกี่คน
สมมติมีผู้ติดตาม 1,000 คน แล้วกดบรอดแคสต์หาทุกคนแค่ครั้งเดียว นั่นคือ 1,000 ข้อความ ไม่ใช่ 1 ข้อความ กดปุ่มเดียวแต่โควตาหายไปพันข้อความ
พอเอาตัวเลขนี้มาคูณกับแพ็กเกจฟรีที่ให้มา 300 ข้อความต่อเดือน จะเห็นภาพทันทีว่าบัญชีที่มีผู้ติดตาม 300 คนบรอดแคสต์หาทุกคนได้เดือนละครั้งเดียว และถ้าโควตาหมดกลางเดือน แพ็กเกจฟรีซื้อเพิ่มไม่ได้ ต้องรอรอบเดือนใหม่หรืออัปเกรดเท่านั้น
นี่คือเหตุผลที่ควรติด Chat Tag ตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่รอให้ฐานผู้ติดตามโตก่อน
แต่โควตาหมดเร็วยังไม่ใช่ปัญหาที่แพงที่สุด ปัญหาจริงคือคนที่ไม่สนใจสินค้านั้นรู้สึกถูกรบกวนจนกดบล็อก และเมื่อถูกบล็อกแล้ว คุณจะเสียสิทธิ์สื่อสารกับคนนั้นอย่างถาวร ต่างจากโควตาที่รีเซ็ตใหม่ทุกเดือน
เงื่อนไขที่ต้องรู้ก่อนวางแผนบรอดแคสต์แบบเจาะกลุ่ม: หลังเลือกเงื่อนไขกรองแล้ว ระบบจะแสดงตัวเลข Estimated Reach คือจำนวนคนที่จะได้รับข้อความ และตัวเลขนี้ต้องไม่ต่ำกว่า 100 คน มิฉะนั้นระบบจะไม่ยอมให้ส่ง
ถ้ากรองแล้วเหลือไม่ถึงเกณฑ์ ทางแก้คือคลายเงื่อนไขให้กว้างขึ้น เช่น ลดจำนวนฟิลเตอร์ ขยายช่วงอายุ หรือขยายพื้นที่ ไม่ใช่รอให้ฐานผู้ติดตามโตอย่างเดียว
อีกเรื่องที่ควรจำคือ ตัวเลข Estimated Reach เท่ากับจำนวนโควตาที่จะถูกใช้ เช่น ถ้าระบบประเมินว่าจะส่งถึง 3,000 คน ก็คือใช้โควตา 3,000 ข้อความ
ฟีเจอร์ที่ถูกยกเลิกไปแล้ว: LINE ยกเลิกฟังก์ชัน A/B Test สำหรับการบรอดแคสต์ ตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2568 และลบข้อมูลเชิงลึกของการทดสอบออกจากระบบในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2568 หากยังเห็นคู่มือหรือบทความที่แนะนำวิธีใช้ฟีเจอร์นี้ นั่นคือข้อมูลก่อนวันดังกล่าว
วิธีทดแทนที่ LINE แนะนำอย่างเป็นทางการ คือทดสอบด้วยการบรอดแคสต์สองรอบแล้วกันผู้รับซ้ำออก ทำตามนี้
- ส่งข้อความเวอร์ชันแรกแบบกำหนดกลุ่มเป้าหมาย
- เมื่อส่งเสร็จแล้ว ไปที่ การกำหนดเป้าหมาย > การบรอดแคสต์ที่ผ่านมา แล้วยกเว้นผู้รับของรอบแรกออก
- ส่งเวอร์ชันถัดไปให้กลุ่มที่เหลือ แล้วเทียบผลของทั้งสองรอบ
มีเงื่อนไขสามข้อที่ต้องรู้ก่อนวางแผน ข้อแรกคือกลุ่มเป้าหมายของแต่ละรอบต้องมี 50 คนขึ้นไป ข้อสองคือตัวกรอง “บรอดแคสต์ที่ผ่านมา” ใช้ได้เฉพาะบัญชีรับรองและบัญชีพรีเมียม บัญชีทั่วไปทำวิธีนี้ไม่ได้ และข้อสามคือเลือกบรอดแคสต์รอบก่อนได้ ภายใน 14 วัน นับจากรอบนั้นส่งเสร็จ หลังจากนั้นตัวเลือกจะหายไป
เงื่อนไขข้อสองเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ธุรกิจซึ่งจริงจังกับการทำบรอดแคสต์ควรอัปเกรดเป็นบัญชีรับรอง
Auto-response (ตอบกลับอัตโนมัติ)

ตั้งคีย์เวิร์ดให้ระบบตอบเองเมื่อลูกค้าพิมพ์คำที่กำหนด เช่น “ราคา” “วิธีสั่งซื้อ” “เวลาทำการ” และตั้งข้อความสำรองสำหรับกรณีที่ไม่ตรงคีย์เวิร์ดใดเลย
ข้อจำกัดที่ต้องรู้คือมันจับคำแบบตรงตัว ลูกค้าที่พิมพ์ “อันนี้เท่าไหร่คะ” จะไม่ตรงกับคีย์เวิร์ด “ราคา” ที่คุณตั้งไว้ และจะได้ข้อความสำรองแทน
หากต้องการให้ตอบได้ยืดหยุ่นกว่านี้ สามารถต่อยอดเป็น ระบบ Chatbot AI ตอบแชตอัตโนมัติ ผ่าน Messaging API ได้
Quick Reply (คำตอบสำเร็จรูป)
คลังคำตอบที่บันทึกไว้ล่วงหน้าให้แอดมินกดส่งได้ในคลิกเดียว ต่างจาก Auto-response ตรงที่ยังเป็นคนกดส่งเอง จึงเลือกจังหวะและปรับข้อความได้
ประโยชน์ที่ชัดที่สุดคือทำให้คำตอบออกมาเหมือนกันทุกครั้งไม่ว่าใครเป็นคนตอบ โดยเฉพาะเรื่องเงื่อนไขการรับประกัน ค่าส่ง หรือวิธีโอนเงิน ซึ่งเป็นจุดที่ตอบไม่ตรงกันแล้วเกิดปัญหาตามมาได้
หมวดนำเสนอ: 4 ฟีเจอร์ที่ทำให้ลูกค้าเข้าใจสินค้าเร็วที่สุด
หมวดนำเสนอมี 4 ฟีเจอร์ คือ Rich Menu, Rich Message, Rich Video Message และ Card Message โดย Rich Menu เป็นตัวเดียวที่อยู่ถาวรและไม่กินโควตา ส่วนอีกสามตัวเป็นข้อความที่ส่งเป็นครั้ง ๆ
หลักการเลือกใช้จึงง่ายมาก คือให้ Rich Menu รับงานที่ต้องตอบซ้ำทุกวัน แล้วเก็บอีกสามตัวไว้ใช้ตอนมีเรื่องใหม่จะบอก
Rich Menu — ฟีเจอร์ที่คุ้มค่าแรงตั้งที่สุด

Rich Menu คือแถบเมนูที่ปักอยู่ด้านล่างหน้าจอแชตอย่างถาวร แบ่งพื้นที่กดได้หลายช่อง แต่ละช่องกำหนดได้ว่าจะเปิดลิงก์ ส่งข้อความ สลับไปหน้าเมนูอื่น หรือโทรออก
เหตุผลที่ฟีเจอร์นี้คุ้มที่สุดคือมันทำงานให้ตลอดเวลาโดยไม่กินโควตาเลยสักข้อความ ลูกค้าที่เปิดแชตมาจะเห็นเมนูก่อนอย่างอื่น จึงกดหาข้อมูลเองได้ทันทีแทนที่จะพิมพ์ถามแล้วรอแอดมินว่าง
หลักที่เราใช้กับลูกค้าคือ อย่าใส่เมนูเพราะมีพื้นที่เหลือ ให้เริ่มจากสามคำถามที่ลูกค้าถามบ่อยที่สุดจริง ๆ แล้ววางสามช่องนั้นก่อน
เมนูที่มีแปดช่องแต่ลูกค้ากดจริงสองช่อง ให้ผลแย่กว่าเมนูสามช่องที่ตรงความต้องการ เพราะช่องที่ไม่มีใครกดไม่ได้แค่เปล่าประโยชน์ แต่ยังไปแย่งสายตาจากช่องที่สำคัญด้วย
ข้อควรระวังเรื่องการแสดงผล: ระบบรองรับไฟล์ .png ก็จริง แต่ตามสเปกทางการของ LINE จะไม่รองรับความโปร่งใส (Alpha Channel) ที่จะทะลุเห็นพื้นหลังห้องแชต
หากอัปโหลดภาพพื้นหลังโปร่งใสเข้าไป ระบบจะเติมพื้นหลังทึบสีดำหรือขาวให้อัตโนมัติ ซึ่งมักออกมาไม่ตรงกับที่ออกแบบไว้ ทางแก้คือใส่พื้นหลังทึบตั้งแต่ตอนออกแบบ แล้วเลือกสีให้กลืนกับธีมของแบรนด์เอง
ส่วนขนาดภาพที่ระบบรองรับทั้งหมด ดูได้ในตารางสเปกด้านล่าง
Rich Message

ภาพกราฟิกขนาดใหญ่เต็มความกว้างหน้าต่างแชต แบ่งพื้นที่กดได้หลายส่วนในภาพเดียว และใส่ลิงก์ปลายทางได้สูงสุด 6 จุดต่อภาพ
ใช้ตอนต้องการให้ข้อความหนึ่งชิ้นสะดุดตากว่าข้อความตัวอักษรธรรมดา เหมาะกับการประกาศแคมเปญหรือสินค้าใหม่ที่ต้องการให้กดต่อ
ข้อควรระวังคือถ้าใส่ลิงก์ครบ 6 จุดในภาพเดียว ลูกค้ามีโอกาสกดผิดตำแหน่งสูงมาก ในทางปฏิบัติ 2–3 จุดที่แบ่งพื้นที่ชัดเจนให้ผลดีกว่า
Rich Video Message

วิดีโอที่เล่นอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้เปิดหน้าต่างแชต และใส่ปุ่มกดต่อท้ายคลิปได้
เหมาะกับสินค้าที่อธิบายด้วยภาพนิ่งไม่พอ เช่น สาธิตวิธีใช้ หรือแสดงเนื้อผ้าและการเคลื่อนไหวจริง
ข้อดีที่หลายคนมองข้ามคือระบบรองรับไฟล์ได้ถึง 200 MB จึงไม่ต้องบีบอัดคลิปจนภาพแตก ซึ่งเป็นปัญหาที่เจอบ่อยเวลาส่งวิดีโอผ่านช่องทางอื่น
Card Message

การ์ดแบบสไลด์แนวนอนที่ผู้ใช้ปัดดูได้ ตั้งได้สูงสุด 9 การ์ดเนื้อหาต่อหนึ่งข้อความ บวกการ์ดปิดท้ายอีก 1 ใบ มีรูปแบบให้เลือกหลายแบบ ทั้งแบบสินค้า แบบสถานที่ แบบบุคคล และแบบรูปภาพ
จุดแข็งคือส่งข้อความชิ้นเดียวแต่เสนอได้หลายตัวเลือก ซึ่งเป็นเรื่องของเงินโดยตรง
เสนอสินค้า 9 รายการด้วย Card Message ใช้โควตาเท่ากับส่งหาผู้รับหนึ่งรอบ ขณะที่การส่งภาพแยก 9 รูปใช้โควตาเป็น 9 เท่า ยิ่งฐานผู้ติดตามใหญ่ ส่วนต่างนี้ยิ่งชัด
หมวดบริหารลูกค้า: 4 ฟีเจอร์ที่ทำให้ LINE OA เป็นระบบ CRM
หมวดบริหารลูกค้ามี 4 ฟีเจอร์ คือ Chat Tag, Coupon, Reward Card และ Survey ทั้งสี่ตัวใช้ได้ฟรีและไม่กินโควตาข้อความ
นี่คือส่วนที่ทำให้ LINE OA ทำงานเป็นระบบ CRM ไม่ใช่แค่ช่องทางแชต และเป็นหมวดที่ธุรกิจส่วนใหญ่เปิดใช้ช้าที่สุด ทั้งที่ไม่มีต้นทุนอะไรเลย
Chat Tag — ฟีเจอร์ที่ตัดสินว่าโควตาข้อความของคุณคุ้มหรือไม่
Chat Tag คือป้ายกำกับที่แอดมินติดให้ลูกค้าแต่ละรายในห้องแชต ใช้ระบุได้ทั้งความสนใจ (สนใจเมนูกาแฟ / สนใจเบเกอรี) และสถานะการซื้อ (รอโอน / ซื้อแล้ว / ลูกค้าประจำ)
ฟีเจอร์นี้ดูเรียบง่ายที่สุด แต่ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายมากที่สุด เพราะ Tag คือเงื่อนไขที่ระบบใช้กรองผู้รับตอนบรอดแคสต์ ถ้าไม่มี Tag ทางเลือกเดียวที่เหลือคือส่งหาทุกคน ซึ่งกินโควตาเต็มจำนวนผู้ติดตามทุกครั้ง
ลองดูตัวเลขเชิงกลไก สมมติมีฐานผู้ติดตาม 10,000 คน ถ้าส่งเฉพาะกลุ่มที่ติด Tag ว่าสนใจสินค้านั้น 2,000 คน จะใช้โควตาเพียง 1 ใน 5 ของการส่งแบบหว่าน และผู้รับทุกคนล้วนเคยแสดงความสนใจสินค้านั้นมาก่อน
ข้อจำกัดที่เปลี่ยนวิธีวางแผนทั้งหมดคือจำนวนแท็ก บัญชีแพ็กเกจฟรีสร้าง Chat Tag ได้เพียง 5 แท็ก ถ้าต้องการมากกว่านั้นต้องซื้อ OA Chat Package เพิ่มเดือนละ 555 บาท ซึ่งเพิ่มเป็น 300 แท็ก
และแท็กจะใช้กรองได้ก็ต่อเมื่อมีคนอยู่ในแท็กนั้นตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป แท็กที่ละเอียดเกินไปจึงกลายเป็นแท็กที่ใช้ยิงไม่ได้
สองข้อนี้รวมกันหมายความว่า ถ้าคุณอยู่บนแพ็กเกจฟรี อย่าออกแบบระบบแท็กแบบสองแกน (ความสนใจคูณสถานะการซื้อ) เพราะจะเกิน 5 แท็กตั้งแต่ยังไม่เริ่ม ให้เลือกแกนเดียวที่ตอบโจทย์ธุรกิจมากที่สุดก่อน โดยทั่วไปคือแกนความสนใจในสินค้า เพราะเป็นตัวที่ใช้กรองตอนบรอดแคสต์ได้จริง ส่วนสถานะการซื้อค่อยจัดการผ่านการค้นหาในห้องแชตแทน
บทเรียนจากงานจริงคือ Tag จะมีค่าเฉพาะเมื่อทั้งทีมใช้ชื่อชุดเดียวกัน ถ้าปล่อยให้แอดมินแต่ละคนตั้งชื่อเอง ในโควตา 5 แท็กจะหมดไปกับแท็กความหมายซ้ำทันที
เราจึงกำหนดเป็นข้อตกลงกับทีมลูกค้าว่าห้ามปิดแชตก่อนติด Tag และล็อกชุดชื่อ Tag ไว้ตั้งแต่วันแรก ซึ่งเป็นขั้นตอนแรก ๆ ที่เราทำเสมอในงานวางระบบ LINE ให้ธุรกิจ
Coupon (คูปอง)

สร้างส่วนลดดิจิทัลที่กำหนดเงื่อนไข ระยะเวลา และจำนวนสิทธิ์ได้ ใช้แจกผ่านข้อความต้อนรับ บรอดแคสต์ หรือ Rich Menu
จุดที่ทำให้คูปองต่างจากการประกาศส่วนลดเฉย ๆ คือระบบเก็บสถิติการใช้คูปองให้ ทำให้วัดได้ว่าแคมเปญไหนทำให้เกิดการซื้อจริง ไม่ใช่แค่มีคนเปิดอ่าน
Reward Card (บัตรสะสมแต้ม)

บัตรสะสมแต้มบนมือถือที่ลูกค้าสะสมด้วยการสแกน QR Code แทนบัตรกระดาษ กำหนดจำนวนแต้มต่อรางวัลและวันหมดอายุได้
เหมาะกับธุรกิจที่ลูกค้ากลับมาซื้อบ่อย เช่น ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านเสริมสวย และคลินิก เพราะเปลี่ยนการซื้อครั้งเดียวให้กลายเป็นเหตุผลกลับมาครั้งต่อไป โดยไม่ต้องเสียโควตาข้อความเตือนเลยสักข้อความ
Survey (แบบสอบถาม)

สร้างแบบสอบถามออนไลน์ส่งให้ผู้ติดตามตอบ ตั้งได้ทั้งคำถามปรนัยและปลายเปิด
หน้าที่ของฟีเจอร์นี้ไม่ใช่การกระตุ้นยอดขายโดยตรง แต่คือการเก็บความคิดเห็นไปพัฒนาสินค้าและบริการ รวมถึงใช้ถามว่าลูกค้าอยากได้อะไรก่อนจะลงทุนผลิตจริง ซึ่งถูกกว่าการเดาแล้วผลิตผิดมาก
สเปกภาพและวิดีโอของฟีเจอร์ LINE OA ต้องใช้ขนาดเท่าไร?
Rich Menu ใช้ภาพ 2,500 × 1,686 พิกเซล (แบบใหญ่) หรือ 2,500 × 843 พิกเซล (แบบเล็ก) ขนาดไฟล์ไม่เกิน 1 MB ส่วนฟีเจอร์อื่นในหมวดนำเสนอรองรับไฟล์ได้ใหญ่กว่ามาก
ตารางด้านล่างรวมสเปกทางการจาก LINE for Businessไว้ที่เดียว ใช้เป็นเช็กลิสต์ตอนส่งงานให้กราฟิกได้เลย
| ฟีเจอร์ | ขนาดที่ระบบรองรับ | ขนาดไฟล์สูงสุด | รูปแบบไฟล์ | ข้อจำกัดอื่น |
|---|---|---|---|---|
| Rich Menu (แบบใหญ่) | 2,500 × 1,686 · 1,200 × 810 · 800 × 540 พิกเซล | 1 MB | JPG, JPEG, PNG | ต้องเป็นพื้นหลังทึบ |
| Rich Menu (แบบเล็ก) | 2,500 × 843 · 1,200 × 405 · 800 × 270 พิกเซล | 1 MB | JPG, JPEG, PNG | ต้องเป็นพื้นหลังทึบ |
| Rich Message | 1,040 × 1,040 พิกเซล (สี่เหลี่ยมจัตุรัส) หรือ 1,040 × 520–2,080 พิกเซล (กำหนดเอง) | 10 MB | JPG, JPEG, PNG | ใส่ลิงก์ได้สูงสุด 6 จุดต่อภาพ |
| Card Message — การ์ดสินค้า / สถานที่ / ปิดท้าย | อัตราส่วน 1.54 : 1 | 10 MB | JPG, JPEG, PNG | สูงสุด 9 การ์ดเนื้อหา + การ์ดปิดท้าย 1 ใบ |
| Card Message — การ์ดรูปภาพ | อัตราส่วน 1.11 : 1 | 10 MB | JPG, JPEG, PNG | — |
| Rich Video Message | รองรับทั้งแนวนอนและแนวตั้ง | 200 MB | MP4, MOV, WMV | ใส่ปุ่มกดต่อท้ายคลิปได้ |
ฟีเจอร์ LINE OA ตัวไหนใช้ฟรี ตัวไหนต้องจ่าย? เทียบ 3 แพ็กเกจ
ทั้ง 12 ฟีเจอร์เปิดใช้ได้โดยไม่มีค่าระบบเพิ่ม สิ่งที่มีค่าใช้จ่ายคือจำนวนข้อความบรอดแคสต์ ไม่ใช่ตัวฟีเจอร์ โดย LINE OA ไทยมี 3 แพ็กเกจ คือ ฟรี (300 ข้อความ) เบสิก 1,280 บาท (15,000 ข้อความ) และโปร 1,780 บาท (35,000 ข้อความ)
| แพ็กเกจ | ค่าบริการรายเดือน | โควตาข้อความ | ค่าข้อความส่วนเกิน | MyCustomer CRM |
|---|---|---|---|---|
| ฟรี | 0 บาท | 300 ข้อความ | ซื้อเพิ่มไม่ได้ | ไม่รวม |
| เบสิก | 1,280 บาท | 15,000 ข้อความ | 0.10 บาท/ข้อความ | 369 บาท/เดือน |
| โปร | 1,780 บาท | 35,000 ข้อความ | 0.06 บาท/ข้อความ | รวมให้ฟรี |
ราคาทั้งหมดยังไม่รวม VAT 7%
มีสองจุดในตารางนี้ที่ธุรกิจมักคิดไม่ถึง
จุดแรกคือ แพ็กเกจฟรีซื้อข้อความเพิ่มไม่ได้ เมื่อ 300 ข้อความหมดกลางเดือน ทางเลือกมีแค่รอเดือนใหม่หรืออัปเกรด ต่างจากอีกสองแพ็กเกจที่จ่ายเพิ่มตามจริงได้
จุดที่สองคือ ถ้าจะใช้ MyCustomer CRM แพ็กเกจโปรมักคุ้มกว่าเบสิก เพราะเบสิกบวก CRM เท่ากับ 1,649 บาท ขณะที่โปรอยู่ที่ 1,780 บาทและรวม CRM มาให้แล้ว ต่างกันเพียง 131 บาท แต่ได้โควตาเพิ่มจาก 15,000 เป็น 35,000 ข้อความ และค่าข้อความส่วนเกินถูกลงเกือบครึ่ง
ข้อความที่ ไม่ ถูกนับเข้าโควตา ได้แก่ ข้อความต้อนรับผู้ที่เพิ่งกดเพิ่มเพื่อน ข้อความตอบกลับอัตโนมัติ ข้อความตอบคีย์เวิร์ด และข้อความที่แอดมินพิมพ์ตอบในห้องแชต
ส่วนที่นับเข้าโควตาคือการบรอดแคสต์ (รวมข้อความแบบระบุกลุ่มเป้าหมาย) และการส่งผ่าน Messaging API แบบ Push, Multicast และ Broadcast
ดังนั้นธุรกิจที่เพิ่งเริ่มไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินเพื่อ “ปลดล็อกฟีเจอร์” สิ่งที่ควรทำคือใช้ฟีเจอร์ที่ไม่กินโควตาให้เต็มที่ก่อน โดยเฉพาะ Rich Menu บัตรสะสมแต้ม และข้อความต้อนรับ แล้วค่อยอัปเกรดเมื่อฐานผู้ติดตามโตจนต้องบรอดแคสต์เกิน 300 ข้อความจริง
รายละเอียดประเภทบัญชีเพิ่มเติมดูได้ที่ ประเภทบัญชีและแพ็กเกจ LINE Official Account
ควรตั้งค่าฟีเจอร์ LINE OA ตัวไหนก่อน? เริ่มใน 4 ขั้นตอน
ลำดับที่ได้ผลเร็วที่สุดคือ ตั้ง Greeting Message ให้จบในหนึ่งหน้าจอ → ออกแบบ Rich Menu จากสามคำถามยอดฮิต → ล็อกชุด Chat Tag ให้เป็นมาตรฐานทีม → แล้วจึงเริ่มบรอดแคสต์แบบเจาะกลุ่ม
เหตุผลของลำดับนี้คือสามขั้นแรกไม่กินโควตาเลย และเป็นการเตรียมข้อมูลที่ขั้นที่สี่ต้องใช้
ขั้นตอนที่ 1: ตั้ง Greeting Message ให้จบในหนึ่งหน้าจอ
เขียนข้อความต้อนรับให้เหลือเฉพาะสิ่งที่ลูกค้าได้รับ ขั้นตอนถัดไปที่ต้องทำ และช่องทางติดต่อคนจริง
แนบคูปองต้อนรับเพื่อสร้างเหตุผลให้ทักกลับ แล้วทดสอบเปิดดูบนมือถือจริงว่าอ่านจบได้โดยไม่ต้องเลื่อน
ขั้นตอนที่ 2: ออกแบบ Rich Menu จากสามคำถามที่ลูกค้าถามบ่อยที่สุด
ลิสต์คำถามที่แอดมินตอบซ้ำมากที่สุดออกมาก่อน แล้วเลือกสามข้อบนสุดมาทำเป็นช่องเมนู
เตรียมภาพตามสเปกในตารางด้านบน อย่าลืมใส่พื้นหลังทึบ แล้วผูกลิงก์ปลายทางให้ครบทุกช่องก่อนเปิดใช้จริง
ขั้นตอนที่ 3: ล็อกชุด Chat Tag เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งทีม
เช็กก่อนว่าแพ็กเกจของคุณมีแท็กให้ใช้กี่อัน แพ็กเกจฟรีมี 5 แท็ก ซึ่งบังคับให้ต้องเลือกเฉพาะสิ่งที่จะใช้กรองจริง ๆ ไม่ใช่ติดทุกอย่างที่นึกออก
จากนั้นล็อกชื่อแท็กให้เป็นชุดเดียวกันทั้งทีม และตั้งเป็นข้อตกลงว่าต้องติด Tag ทุกครั้งก่อนปิดแชต เพราะชุดข้อมูลนี้คือสิ่งที่คุณจะใช้กรองผู้รับในขั้นถัดไป
ขั้นตอนที่ 4: บรอดแคสต์แบบเจาะกลุ่ม แล้วอ่านตัวเลขกลับมาปรับ
เลือกเงื่อนไขกรองแล้วดูตัวเลข Estimated Reach ที่ระบบแสดง ถ้ายังไม่ถึง 100 คนจะกดส่งไม่ได้ ให้คลายเงื่อนไขลงหรือรอจนฐานผู้ติดตามในกลุ่มนั้นโตพอ
เมื่อผ่านเกณฑ์แล้ว ให้เริ่มบรอดแคสต์โดยเลือกกลุ่มจาก Tag แทนการส่งหาทุกคน จากนั้นเปิดแดชบอร์ดรายงานผลรายสัปดาห์เพื่อดูอัตราการบล็อก (Block Rate) และอัตราการเปิดอ่านข้อความ
สัญญาณที่ต้องจับตาคืออัตราการบล็อกที่สูงขึ้นหลังส่งข้อความขายตรง ถ้าเจอแบบนี้ ให้สลับเป็นคอนเทนต์ให้ความรู้หนึ่งรอบก่อนกลับมาเสนอขายอีกครั้ง
Checklist ตั้งค่าฟีเจอร์ LINE OA ก่อนเปิดรับลูกค้าจริง
- ข้อความต้อนรับ — อ่านจบในหนึ่งหน้าจอมือถือ และมีช่องทางส่งต่อให้แอดมินที่เป็นคนจริง
- สเปกภาพ — ภาพ Rich Menu และ Rich Message ตรงตามตารางสเปกทุกไฟล์ และไม่มีไฟล์ไหนพื้นหลังโปร่งใส
- ตรวจสอบลิงก์ — ปุ่มทุกช่องบนแถบ Rich Menu เชื่อมไปยังหน้าปลายทางถูกต้องและกดใช้งานได้จริงบนมือถือ
- ตรวจคำผิด — ข้อความตอบกลับอัตโนมัติทุกชุดไม่มีคำสะกดผิด
- ชุด Chat Tag — ล็อกชื่อ Tag เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งทีมแล้ว
- คำตอบมาตรฐาน — บันทึก Quick Reply สำหรับคำถามเรื่องราคา ค่าส่ง และวิธีชำระเงินไว้ครบ
- สิทธิ์ผู้ดูแล — แบ่งระดับสิทธิ์แต่ละคนตามหน้าที่ ไม่ให้ทุกคนเป็นแอดมินเต็มสิทธิ์
- โควตาข้อความ — รู้ว่าเดือนนี้เหลือโควตาบรอดแคสต์เท่าไร ก่อนวางแผนแคมเปญ
- Estimated Reach — เช็กว่ากลุ่มที่จะยิงมีผู้รับถึง 100 คนแล้วหรือยัง ถ้าไม่ถึงจะกดส่งไม่ได้
ตัวอย่างการใช้ฟีเจอร์ LINE OA จริงใน 2 แบบธุรกิจ
ร้านอาหาร: แก้ปัญหาลูกค้ามาครั้งเดียวแล้วไม่กลับมา
ฟีเจอร์ที่แก้จุดนี้ได้ตรงที่สุดคือ Reward Card คู่กับ Card Message
- เปลี่ยนบัตรสะสมแต้มกระดาษเป็น Reward Card ตั้งเงื่อนไขให้แลกรางวัลได้ในระยะที่ลูกค้ามองว่าไปถึงจริง แล้วติด QR Code ไว้ที่โต๊ะและจุดชำระเงิน ข้อดีที่เห็นทันทีคือลูกค้าไม่ลืมบัตรและไม่ทำบัตรหาย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้บัตรกระดาษล้มเหลว
- ใช้ Card Message แทนการส่งภาพเมนูทีละรูป ตอนแนะนำเมนูใหม่ ส่งเป็นการ์ดสไลด์ชุดเดียวที่รวมหลายเมนูไว้ พร้อมปุ่มสั่งซื้อในแต่ละการ์ด
- ติด Tag แยกลูกค้าตามช่วงเวลาที่มาใช้บริการ เช่น กลุ่มมื้อกลางวันวันธรรมดา และกลุ่มมื้อเย็นวันหยุด แล้วส่งโปรโมชันให้ตรงกับพฤติกรรมของแต่ละกลุ่ม แทนที่จะส่งโปรมื้อกลางวันไปหาคนที่มาเฉพาะวันหยุด
บทเรียนที่นำไปใช้ได้ทันที: ฟีเจอร์ที่ไม่กินโควตาข้อความอย่าง Reward Card และ Rich Menu คือส่วนที่ควรลงแรงมากที่สุด เพราะมันทำงานทุกวันโดยไม่มีต้นทุนต่อครั้ง ส่วนบรอดแคสต์ควรถูกเก็บไว้ใช้ตอนที่มีเรื่องสำคัญจะบอกจริง ๆ
ธุรกิจบริการและ B2B: แก้ปัญหาลีดหล่นระหว่างทาง
ธุรกิจที่วงจรการขายยาวหลายสัปดาห์มักเสียลีดไปเพราะไม่มีใครจำได้ว่าใครคุยถึงไหน ฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์คือ Chat Tag คู่กับ Quick Reply และ Survey
- ใช้ Chat Tag เป็นสถานะไปป์ไลน์ เช่น “ขอใบเสนอราคาแล้ว” “รออนุมัติภายใน” “ปิดการขาย” ทำให้เปิดห้องแชตขึ้นมาก็รู้ทันทีว่าต้องตามอะไรต่อ โดยไม่ต้องเลื่อนอ่านย้อนหลัง
- ตั้ง Quick Reply สำหรับคำถามเชิงเงื่อนไข เช่น ขอบเขตงาน ระยะเวลาส่งมอบ และเงื่อนไขการชำระเงิน เพื่อให้ทุกคนในทีมตอบตรงกันทุกครั้ง ซึ่งสำคัญมากเมื่อคำตอบผูกกับสัญญา
- ส่ง Survey หลังปิดงาน เพื่อเก็บเหตุผลที่ลูกค้าเลือกเรา และเหตุผลที่ลูกค้าที่ไม่ปิดดีลตัดสินใจไปทางอื่น ข้อมูลชุดนี้ใช้ปรับข้อเสนอได้ตรงกว่าการเดา
3 ข้อผิดพลาดในการใช้ฟีเจอร์ LINE OA ที่ทำให้ลูกค้ากดบล็อก
- บรอดแคสต์หาทุกคนทุกครั้งเพราะไม่ได้ติด Tag — เท่ากับจ่ายโควตาไปเพื่อเสียฐานลูกค้า เพราะคนที่ไม่สนใจถูกรบกวนซ้ำ ๆ จนกดบล็อก
- ตั้ง Rich Menu แล้วไม่เคยกลับมาดูสถิติ — เมนูที่ออกแบบไว้ตอนแรกมักไม่ตรงกับพฤติกรรมจริง ควรเปิดรายงานดูว่าช่องไหนถูกกดบ่อยและช่องไหนไม่มีใครแตะ แล้วสลับช่องที่เงียบออกทุกไตรมาส
- ตั้งระบบตอบอัตโนมัติล้วนโดยไม่มีทางออกสู่คนจริง — เคสที่มีเงื่อนไขเฉพาะจะปิดการขายไม่ได้เลย ควรมีปุ่มหรือคีย์เวิร์ดให้ส่งต่อให้แอดมินได้ทุกจุด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฟีเจอร์ LINE OA (FAQ)
LINE OA มีฟีเจอร์อะไรบ้าง?
LINE OA มีฟีเจอร์หลัก 12 ตัว แบ่งเป็น 3 หมวด ได้แก่ หมวดสื่อสาร (Greeting Message, Broadcast, Auto-response, Quick Reply) หมวดนำเสนอ (Rich Menu, Rich Message, Rich Video Message, Card Message) และหมวดบริหารลูกค้า (Chat Tag, Coupon, Reward Card, Survey) ทั้งหมดใช้งานได้จากระบบหลังบ้าน LINE Official Account Manager ในบัญชีเดียว
ฟีเจอร์ LINE OA ตัวไหนใช้ฟรีบ้าง?
ทั้ง 12 ฟีเจอร์เปิดใช้ได้โดยไม่มีค่าระบบเพิ่ม บัญชีแพ็กเกจฟรีตั้ง Rich Menu ได้ และใช้ฟีเจอร์หมวดบริหารลูกค้าได้ครบทั้ง Chat Tag, Coupon, Reward Card และ Survey ตั้งแต่วันแรก โดยตัวฟีเจอร์เองไม่หักโควตาข้อความ มีเพียงการบรอดแคสต์เท่านั้นที่ถูกจำกัดด้วยโควตา หากส่งคูปองหรือแบบสอบถามออกไปด้วยการบรอดแคสต์ ก็จะนับเป็นข้อความบรอดแคสต์ตามจำนวนผู้รับตามปกติ แต่ถ้าวางไว้ใน Rich Menu หรือส่งผ่านข้อความตอบกลับอัตโนมัติ จะไม่นับเข้าโควตา ทั้งนี้แพ็กเกจฟรีสร้าง Chat Tag ได้ 5 แท็ก หากต้องการมากกว่านั้นต้องใช้ OA Chat Package ราคา 555 บาทต่อเดือน ซึ่งเพิ่มเป็น 300 แท็ก
LINE OA แพ็กเกจฟรี ส่งข้อความได้กี่ข้อความต่อเดือน?
แพ็กเกจฟรีบรอดแคสต์ได้ 300 ข้อความต่อเดือน และซื้อข้อความเพิ่มไม่ได้ เมื่อโควตาหมดต้องรอรอบเดือนถัดไปหรืออัปเกรดแพ็กเกจ ทั้งนี้ระบบนับตามจำนวนผู้รับ ไม่ใช่จำนวนครั้งที่กดส่ง เช่น ส่งหาผู้ติดตาม 300 คนหนึ่งครั้ง เท่ากับใช้โควตาหมดทั้งเดือน ส่วนข้อความต้อนรับ ข้อความตอบกลับอัตโนมัติ และข้อความที่แอดมินพิมพ์ตอบในแชต ไม่ถูกนับเข้าโควตา
แพ็กเกจ LINE OA ราคาเท่าไร และควรเลือกแบบไหน?
LINE OA ไทยมี 3 แพ็กเกจ คือ ฟรี 0 บาท (300 ข้อความ) เบสิก 1,280 บาทต่อเดือน (15,000 ข้อความ ส่วนเกิน 0.10 บาทต่อข้อความ) และโปร 1,780 บาทต่อเดือน (35,000 ข้อความ ส่วนเกิน 0.06 บาทต่อข้อความ) ราคายังไม่รวม VAT 7% หากต้องการใช้ MyCustomer CRM ด้วย แพ็กเกจโปรมักคุ้มกว่า เพราะเบสิกต้องจ่ายค่า CRM เพิ่มอีก 369 บาทต่อเดือน ขณะที่โปรรวมมาให้แล้ว
ต้องมีผู้ติดตามกี่คนถึงจะบรอดแคสต์แบบเจาะกลุ่มได้?
หลังเลือกเงื่อนไขกรองแล้ว ระบบจะแสดงตัวเลข Estimated Reach คือจำนวนคนที่จะได้รับข้อความ และตัวเลขนี้ต้องไม่ต่ำกว่า 100 คน มิฉะนั้นระบบจะไม่ยอมให้ส่ง ถ้ากรองแล้วเหลือไม่ถึงเกณฑ์ ให้คลายเงื่อนไขลง เช่น ลดจำนวนฟิลเตอร์ ขยายช่วงอายุ หรือขยายพื้นที่ ทั้งนี้ Targeted Broadcast ใช้ได้ทุกแพ็กเกจ รวมถึงแพ็กเกจฟรีด้วย
LINE OA ยังทำ A/B Test ก่อนบรอดแคสต์ได้ไหม?
ไม่ได้แล้ว LINE ยกเลิกฟังก์ชัน A/B Test สำหรับการบรอดแคสต์ตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2568 และลบข้อมูลเชิงลึกของการทดสอบออกจากระบบในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2568 หากพบคู่มือที่ยังแนะนำวิธีใช้ฟีเจอร์นี้ แสดงว่าเป็นข้อมูลก่อนวันดังกล่าว วิธีทดแทนที่ LINE แนะนำอย่างเป็นทางการคือ ส่งข้อความเวอร์ชันแรกแบบกำหนดเป้าหมาย จากนั้นไปที่การกำหนดเป้าหมาย > การบรอดแคสต์ที่ผ่านมา แล้วยกเว้นผู้รับกลุ่มแรกออก ก่อนส่งเวอร์ชันถัดไปเพื่อเปรียบเทียบผล โดยมีเงื่อนไขว่ากลุ่มเป้าหมายต้องมี 50 คนขึ้นไป ตัวกรองบรอดแคสต์ที่ผ่านมาใช้ได้เฉพาะบัญชีรับรองและบัญชีพรีเมียม และเลือกได้ภายใน 14 วันนับจากบรอดแคสต์ครั้งก่อนเสร็จสิ้น
Rich Menu ต้องใช้ภาพขนาดเท่าไร?
Rich Menu แบบใหญ่ใช้ภาพ 2,500 × 1,686 พิกเซล (หรือ 1,200 × 810 และ 800 × 540) ส่วนแบบเล็กใช้ 2,500 × 843 พิกเซล (หรือ 1,200 × 405 และ 800 × 270) ขนาดไฟล์ไม่เกิน 1 MB รองรับไฟล์ JPG, JPEG และ PNG โดยต้องเป็นภาพพื้นหลังทึบเท่านั้น
อัปโหลด Rich Menu เป็นไฟล์ PNG พื้นหลังโปร่งใสได้ไหม?
อัปโหลดไฟล์ .png ได้ แต่ระบบไม่รองรับความโปร่งใส (Alpha Channel) ที่จะทะลุเห็นพื้นหลังห้องแชต หากอัปโหลดภาพโปร่งใสเข้าไป ระบบจะเติมพื้นหลังทึบเป็นสีดำหรือขาวให้อัตโนมัติ ซึ่งมักทำให้เมนูออกมาไม่ตรงกับที่ออกแบบ ทางแก้คือใส่พื้นหลังทึบตั้งแต่ไฟล์ต้นฉบับ แล้วเลือกสีให้เข้ากับธีมแบรนด์เอง
ไลน์ OA กับ LINE OA คือตัวเดียวกันไหม?
เป็นสิ่งเดียวกัน “ไลน์ OA” คือการเขียนทับศัพท์ของ LINE OA ซึ่งย่อมาจาก LINE Official Account หรือบัญชีทางการของ LINE สำหรับธุรกิจ บางคนอาจเรียกว่าไลน์โอเอหรือไลน์บัญชีทางการ ทั้งหมดหมายถึงบริการเดียวกัน
Rich Menu, Rich Message และ Card Message ต่างกันอย่างไร?
Rich Menu คือแถบเมนูที่ปักอยู่ด้านล่างหน้าจอแชตอย่างถาวร ลูกค้าเห็นทุกครั้งที่เปิดแชต กดได้ตลอดเวลา และไม่กินโควตาข้อความ ส่วนอีกสองตัวเป็นข้อความที่ส่งเป็นครั้ง ๆ และจะไหลขึ้นไปตามประวัติแชตเมื่อมีข้อความใหม่
Rich Message คือภาพขนาดใหญ่หนึ่งภาพเต็มความกว้างแชต ใส่ลิงก์ได้สูงสุด 6 จุดในภาพเดียว เหมาะกับการประกาศเรื่องเดียวให้สะดุดตา ส่วน Card Message คือการ์ดสไลด์แนวนอนที่ปัดดูได้ ตั้งได้สูงสุด 9 การ์ดเนื้อหาต่อหนึ่งข้อความ บวกการ์ดปิดท้ายอีก 1 ใบ และเลือกรูปแบบได้หลายแบบทั้งแบบสินค้า สถานที่ บุคคล และรูปภาพ จึงเหมาะกับการเสนอหลายตัวเลือกพร้อมกันโดยใช้โควตาเท่ากับส่งหนึ่งรอบ
บรอดแคสต์ข้อความหาคนที่ยังไม่ได้เพิ่มเพื่อนได้ไหม?
ไม่ได้ การบรอดแคสต์ส่งได้เฉพาะผู้ที่กดเพิ่มเพื่อนบัญชีของคุณแล้วเท่านั้น หากต้องการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่ยังไม่รู้จักแบรนด์ ต้องใช้โฆษณาเพิ่มเพื่อน (Gain Friends Ads) ผ่านระบบ LINE Ads ก่อน แล้วจึงบรอดแคสต์ตามภายหลัง
ตั้งค่าให้แอดมินหลายคนช่วยกันตอบแชตพร้อมกันได้ไหม?
ได้ LINE OA รองรับการเพิ่มผู้ดูแลหลายคนในบัญชีเดียว และกำหนดสิทธิ์ให้แต่ละคนต่างกันได้ เช่น แยกคนที่ตอบแชตอย่างเดียวออกจากคนที่มีสิทธิ์บรอดแคสต์และซื้อแพ็กเกจ ทำให้ทีมทำงานร่วมกันได้โดยไม่ต้องแชร์บัญชี LINE ส่วนตัวของใคร หลักที่เราแนะนำคือให้มีผู้ดูแลระดับสูงสุดไม่เกินสองคน ส่วนทีมที่ตอบแชตประจำวันให้ใช้สิทธิ์ระดับรองลงมา เพราะสิทธิ์ซื้อแพ็กเกจและจัดการสมาชิกไม่ควรกระจายไปหลายมือ
ควรเปิดใช้ฟีเจอร์ LINE OA ตัวไหนก่อน? สรุปลำดับที่แนะนำ
ฟีเจอร์ทั้ง 12 ตัวของ LINE OA ใช้ได้ฟรีเกือบทั้งหมด สิ่งที่แยกธุรกิจที่ได้ผลออกจากธุรกิจที่เปิดบัญชีทิ้งไว้ จึงไม่ใช่จำนวนฟีเจอร์ที่เปิดใช้ แต่เป็นลำดับที่ลงมือทำ
ลำดับที่เราแนะนำคือเริ่มจากฟีเจอร์ที่ไม่กินโควตาและทำงานตลอดเวลาก่อน ได้แก่ Greeting Message และ Rich Menu จากนั้นล็อกชุด Chat Tag ให้เป็นมาตรฐานทีม แล้วจึงเริ่มบรอดแคสต์แบบเจาะกลุ่มเมื่อฐานผู้รับผ่านเกณฑ์ 100 คน
ส่วน Reward Card และ Coupon เก็บไว้ใช้เป็นเครื่องมือดึงลูกค้าเก่ากลับมาในระยะถัดไป และค่อยพิจารณาอัปเกรดแพ็กเกจเมื่อโควตา 300 ข้อความเริ่มไม่พอจริง
หากธุรกิจของคุณมีหลายบัญชีในเครือและต้องการเชื่อมข้อมูลกลุ่มเป้าหมายข้ามบัญชี สามารถต่อยอดผ่าน LINE Business Manager ได้อีกชั้นหนึ่ง
ส่วนใครที่อ่านแล้วรู้สึกว่างานตั้งค่าทั้งหมดนี้เยอะเกินกว่าจะทำเองไหว บริการวางระบบ LINE ครบวงจร ของเราดูแลตั้งแต่ออกแบบ Rich Menu วางชุด Chat Tag ไปจนถึงตั้งปฏิทินบรอดแคสต์ให้ และถ้าต้องการให้ฟีเจอร์เหล่านี้ทำงานร่วมกับ กลยุทธ์ Content Marketing เพื่อคัดกรองลีดคุณภาพสูง เราวางให้ได้ทั้งระบบ
อยากปรึกษาก่อนตัดสินใจ ติดต่อทีมงานได้ที่นี่ เราเป็น LINE Agency Partner ที่แบรนด์ให้ความไว้วางใจ
ถ้าไม่อยากพลาดข้อมูลดีๆ กดติดตาม เพจ Unicorn House ไว้ตอนนี้เลย 🦄✨
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือปรึกษาเรื่องวางแผนธุรกิจได้ที่
💚 LINE : @unicornhouse (อย่าลืมใส่ @ ข้างหน้า
📞 Tel : 02-077-0323




