วิดีโอสั้นบน Social Media

วิดีโอสั้นบน Social Media ความแตกต่างที่แบรนด์ควรรู้

ปัจจุบันนี้วีดีโอสั้นคงเป็น Content ที่ทุกคนต้องดูกันทุกวันเป็นประจำไม่ว่าจะเป็นเจ้าวงการอย่าง แพลตฟอร์ม TikTok หรือจะเป็น แพลตฟอร์ม Social Media อย่าง Facebook, IG ที่ได้มีการออกฟีเจอร์วีดีโอสั้นอย่าง Reels และในส่วนของ Youtube ก็ได้ปล่อย Shorts ออกมาเช่นเดียวกัน

เพื่อให้ตอบโจทย์กับพฤติกรรมการรับชมวิดีโอผ่านช่องทางออนไลน์ของผู้บริโภคมากที่สุด

            เริ่มจากเจ้าแพลตฟอร์มผู้นำเทรนด์วงการวีดิโอสั้นอย่าง TikTok ซึ่งแต่เดิมสามารถทำวีดิโอสั้นได้เพียง 15 วินาที ซึ่งตอนนี้ขยายเวลาสูงสุดได้ถึง 10 นาทีแล้วสำหรับจุดเด่นของ TikTok มีอะไรน่าสนใจบ้าง ไปดูกันดีกว่า

TikTok

ความยาววิดีโอ : 10 นาที
ฟิลเตอร์และเอฟเฟกต์ : มีให้เลือกมากมาย แม้กระทั่ง Green Screen จนทำให้เล่นตามแทบไม่ทันกันเลยทีเดียว
คลังเพลง : มีเพลงมากมาย จนเรียกว่าศิลปินหลายคนก็เลือก TikTok เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการทำ Music Marketing ในปัจจุบัน
การตัดต่อ : สามารถอัดและตัดต่อคลิปบนแอปอย่างง่ายดาย
สติกเกอร์ : สามารถอัดคลิปตอบคอมเมนต์ของคนดูได้ แถมยังมี #Hashtag challenges ให้ได้เล่นตามกันอีกด้วย
ฟีเจอร์: E-commerce : TikTok Shopping สามารถดูสินค้าบนแอปได้เลย หรือจะใส่ลิงก์ในไบโอก็ได้
การเพิ่มยอด Engagement: สามารถสร้าง ดู และแชร์ได้ทั้งบนแอปผ่าน Direct Messages และช่องทางอื่น ๆ
การสร้างรายได้ : TikTok Creator Fund กองทุนเพื่อสนับสนุนครีเอเตอร์

จุดเด่น : TikTok เป็นแพลตฟอร์มผู้นำเรื่องวิดีโอสั้นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก รวมถึงเป็นแหล่งรวมครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์หน้าใหม่มากมาย ทำให้เหมาะกับครีเอเตอร์ที่อยากแจ้งเกิดในแพลตฟอร์มใหม่ และเหมาะกับแบรนด์ในขั้นตอนของการสร้าง Awareness เนื่องจากมีผู้ใช้จำนวนมาก มีโอกาสเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้สูง

ตามมาด้วยฟีเจอร์ Reels ที่อยู่บนแพลตฟอร์ม Instagram และ Facebook ฟังก์ชั่นการใช้งานค่อนข้างง่าย ใช้ฟีเจอร์ผ่านบัญชีส่วนตัวได้เลย ในส่วนของ IG Reels ปัจจุบัน แบรนด์ และ KOL/ Influencer เริ่มใช้ฟีเจอร์นี้ สื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น เป็นอีกฟีเจอร์ที่เข้ามาช่วยเพิ่ม Awareness, Engagement และยังมีโอกาสต่อยอดไปถึงการขายสินค้าได้ 

แต่ขอบอกไว้ก่อนเลยว่าฟีเจอร์ Reels ที่เข้ามาช่วยเสริมคอนเทนต์ให้กับธุรกิจ ร้านค้าต่างๆ ยังทำได้แค่ใน Instagram  เท่านั้น
เพราะว่า Facebook Reels ในปัจจุบัน เปิดให้ใช้งานได้แค่บัญชีส่วนบุคคล แต่ในส่วนของ Facebook Page ยังไม่เปิดให้ใช้บริการ แต่คิดว่าทาง Meta กำลังพัฒนาอยู่เช่นกัน

Reels

ความยาววิดีโอ : 60 วินาที
ฟิลเตอร์และเอฟเฟกต์ :  มีมากมาย และ ผู้ใช้สามารถสร้างขึ้นเองได้
คลังเพลง : มีให้เลือกมากมาย คล้ายกับใน TikTok
สติกเกอร์ : สามารถใส่สติกเกอร์ ไม่ว่าจะเป็น Polls #Hashtag Challenges ได้บนวิดีโอ
สามารถอัดและตัดต่อคลิปในบนแอป
ฟีเจอร์ E-commerce : Reels Shopping ที่ช่วยให้แท็กสินค้าในคลิปบนแอปผ่านปุ่ม View Products
การเพิ่มยอดEngagement : เพิ่มได้จากการ โพสต์แชร์ผ่านทาง Storyและแชร์ได้ทั้งบนแอปผ่าน Direct Messages และช่องทางอื่น ๆ
การสร้างรายได้ :  Reels Play Bonus (สำหรับบางพื้นที่)

จุดเด่น : สไตล์ของ Reels จะคล้ายกับ TikTok ตรงที่มีเพลง ฟิลเตอร์ AR และชาเลนจ์ต่าง ๆ ในการสร้างสรรค์วิดีโอเป็นหลัก แต่อาจจะแตกต่างในเรื่องของความเป็นเอกลักษณ์ หลายแบรนด์ยังคงเลือก Reels เป็นช่องทางหลักในการโปรโมทสินค้าอยู่ เพราะสะดวกกับการเชื่อมต่อร้านค้าบน Instagram

หลังจากเราพูดถึง TikTok และ Instagram & Facebook ก็ถึงตาของ Youtube ที่จะลงมาจับตลาดวีดีโอสั้นด้วย YouTube Shorts  ยิ่งเป็นข้อยืนยันได้อย่างดีเลยว่านาทีนี้กระแสวีดีโอสั้นนั้นมาแรงจนหยุดไม่อยู่ Youtube Shorts กลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางการสร้างคอนเทนต์สำหรับครีเอเตอร์สายวิดีโอ เพื่อปรับตามยุคดิจิทัลที่คนส่วนใหญ่หันมาเสพคอนเทนต์วิดีโอคลิปสั้น ซึ่งจะเหมาะทั้งการทำวีดีโอสั้นทัวไปที่มีเนื้อหาที่สนุกสนานและเหมาะอย่างมากสำหรับการโปรโมทเนื้อหาใหม่ๆของตัวครีเอเตอร์ที่มีช่องเป็นของตัวเองอยู่แล้วไม่ต้องเสียเวลาไปตัดคลิปยาวๆอีกต่อไป

YouTube Shorts

ความยาววิดีโอ 60 วินาที
ฟิลเตอร์และเอฟเฟกต์ มีเยอะไม่เท่า Tiktok และ Reels แต่มีฟิลเตอร์พื้นฐานให้เล่น
สามารถอัดและตัดต่อคลิปในบนแอป
สติกเกอร์ ไม่มี
ฟีเจอร์ E-commerce ยังไม่มีการใส่ลิงก์ร้านค้ามาซัพพอร์ตเหมือนกับ TikTok และ Reels
การเพิ่มยอดEngagementต์ สามารถสร้าง ดู และแชร์ไปยังช่องทางอื่น ๆ ได้ แต่ไม่สามารถแชร์ได้ภายบนแอป เนื่องจาก YouTube ไม่มีฟีเจอร์ Direct Messages นั่นเอง
การสร้างรายได้สำหรับครีเอเตอร์  YouTube Shorts Fund

จุดเด่น : เนื่องจาก Shorts มีแท็บแยกออกมาบนแอป YouTube จึงทำให้มีฐานแฟนจากคนดู YouTube อยู่แล้ว ทำให้น่าจับตามองไม่น้อย
แถมยังเป็นโอกาสสำหรับยูทูปเบอร์ที่ต้องการลองสร้างสรรค์คอนเทนต์ผ่านวิดีโอสั้น โดยไม่ต้องไปเริ่มใหม่ในแพลตฟอร์มอื่น

สุดท้ายแล้วถ้าจะให้ตอบว่าฟีเจอร์ไหนเหมาะกับใคร หรือแพลตฟอร์มไหนดีที่สุด ก็คงไม่สามารถตอบได้อย่างแน่ชัด เพราะทุกแพลตฟอร์มพัฒนามาเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้ใช้งานมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ลองใช้ช่องทางจาก 3 ฟีเจอร์นี้  เข้ามาช่วยเสริมการทำคอนเทนต์ให้ดูน่าสนใจมากขึ้น หรือจะนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับแบรนด์หรือธุรกิจก็ได้

แหล่งข่าวจาก :  TikTok vs Reels vs Shorts ต่างกันอย่างไร



ถ้าไม่อยากพลาดข้อมูลดีๆ กดติดตาม เพจ Unicorn House ไว้ตอนนี้เลย !🦄✨
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือปรึกษาเรื่องวางแผนธุรกิจได้ที่
💚 LINE : @unicornhouse (อย่าลืมใส่ @ ข้างหน้า)
หรือคลิกลิงค์นี้  ☞  https://bit.ly/3aheB3G
📞 Tel : 02-077-0323
🌐 https://unicornhouse.me